2007/Nov/17

 

 

 

 

Title  ::*-  RAINY  DAY

Date  ::*-  4

Rating  ::*-  PG-15

Category  ::*-  Romantic  Comedy

Pairing  ::*-  Chung YunHo – Kim JaeJoong // Park YooChun – Kim JunSu

 

>::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::<

  

บรรยากาศในร้านกาแฟแห่งนี้ เต็มไปด้วยทีมงานที่กำลังเซ็ตแสงไว้เพื่อรอที่ถ่ายภาพทั้งสี่หนุ่มวง FLUSH บางคนที่เป็นตากล้องจากรายการทีวีชื่อดังของเกาหลี ก็มาสำรวจบรรยากาศก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทำงาน ส่วนแจจุงที่เป็นเจ้าของร้านนั้น ได้นั่งมองดูการทำงานของทีมงานทุกคนจากชั้นสองของร้าน

“ พี่แจจุงคร๊าบบบ!!” เสียงเรียกที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้ร่างบางนี้ต้องละสายตาจากเบื้องล่างแล้วหันไปมอง

“ อ่าว...ฮยอกแจ มีอะไรหรอ?” ร่างบางถามกลับก่อนจะมอบรอยยิ้มอ่อนๆ ที่ไม่ว่าใครก็จะได้รับ เหมือนกันหมด

“ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกพี่แจ...ผมแค่อยากจะมาขอบคุณ ที่พี่ยอมให้พวกเราเช่าสถานที่วันนี้ ไม่อย่างนั้นต้องแย่แน่ๆ” ฮยอกแจพูดพลางนั่งลงตรงข้ามกับร่างบาง

“ ไม่เป็นไรหรอก นายก็เป็นเพื่อนของจุนซู คนกันเองทั้งนั้น ช่วยได้ก็ช่วยกันไป อีกอย่างพี่ไม่ได้ให้นายมาเช่าร้านพี่ฟรีๆซักหน่อย จริงมั๊ย?” พูดจบก็หันไปดูพวกทีมงานทำงานกันต่อ

“ ไอฮยอก!! มาอยู่นี่เอง หาแทบตาย” เสียงที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ เรียกเสียงดังจนคนที่กำลังจะหันไปดูพวกทีมงานที่อยู่ชั้นล่างตามคนหน้าหวาน ต้องสะดุ้งรีบหันกลับมาทางต้นเสียง

“ เจ๊ซองมินคร๊าบบบ ถึงเจ๊จะอายุมากกว่าผมแต่ผมก็ผู้จัดการวงนะคร๊าบ ช่วยให้เกียรติด้วย และอีกอย่างนี่นอกสถานที่ ช่วยให้เกียรติ..นิดนึง นะ” ถึงแม้ว่าเวลาอยู่ด้วยกันแค่ห้าคน คือ ซองมิน ยุนโฮ ยูชอน ฮยอกแจ และคยูฮยอน จะเรียกกันแบบไม่เห็นว่าใครเป็นพี่เป็นน้อง เป็นผู้จัดการ หรือเป็นศิลปินที่อยู่ในความดูแล แต่เมื่อออกมานอกสถานที่ พวกเขาก็ได้เคยตกลงกันแล้วว่า จะต้องเรียกกันตามโอกาสและสถานที่ที่เหมาะสม

“ เออว่ะ...โทษที ลืม!  แล้ว....ใครอะ” ซองมินเอามือลูบท้ายทอยอย่างอายๆ ก่อนจะชี้ไปที่ร่างบางที่ยังนั่งมองลงไปด้านล่างอยู่

“ อ่อ!....พี่แจ” ฮยอกแจหันไปเรียก ร่างบางก็หันกลับมามองที่คนตรงหน้าก่อนจะมองถัดมาอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก

“ นี่พี่แจจุง เป็นเจ้าของร้านกาแฟที่นี่ แล้วก็เป็นพี่ชายแท้ๆของจุนซูด้วย”

“ อ่อ สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ผมอีซองมินครับ” ร่างเล็กที่ยืนอยู่กล่าวแนะนำตนเองก่อนจะยื่นมือมาจับกันเป็นการทักทาย

“เช่นกันครับ” กล่าวทักทายจบ แจจุงก็เชิญให้ซองมินมานั่งด้วยกันทั้งสามนั่งคุยกันอย่างเป็นกันเอง สักพักฮยอกแจก็เอ่ยถามขึ้น

“ แล้วไอคยูมันหายไปไหนอ่ะ ทำไมไม่มาด้วยกัน” ก็ปกติทั้งคยูฮยอนและซองมินตัวติดกันอย่างกับอะไร แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้นทำไมซองมินถึงมาคนเดียวได้

“ ไม่รู้มัน ไม่ได้ถาม ไม่ได้สนใจ” ซองมินตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเอ่ยขอตัวออกไปเตรียมตัวที่จะถ่ายแบบในวันนี้ ฮยอกแจก็ได้แต่คิดในใจว่า ไอสองคนนี้คงมีเรื่องงอนกันอีกแน่ๆ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางแยกตัวออกจากกันได้หรอก

“ พี่แจจุง แล้วจุนซูมันยังไม่มาอีกหรอ? ตั้งแต่มาผมยังไม่เห็นมันเลย” ฮยอกแจเอ่ยถามพลางมองไปรอบๆร้าน

“ เห็นจุนซูบอกว่าจะไปธุระน่ะ เดี๋ยวจะตาม.....” ยังไม่มันที่แจจุงจะได้พูดจบ ก็มีเสียงของน้องชายตนเองขัดขึ้นจากหน้าร้านเสียก่อน

.

.

.

“ ถอยไปไอหน้าไก่!!!!” เสียงที่ดังจนทำให้ทีมงานและทุกคนที่อยู่ในร้านทุกคนหันมามองได้เป็นตาเดียว แต่กลับไม่ทำให้คนที่ถูกเรียกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย กลับยังยืนลอยหน้าลอยตากวนอวัยวะเบื้องล่างของคนตัวเล็กอย่างไม่เกรงกลัว

“ คุณพูดว่าอะไรนะ ผมไม่ทันได้ฟัง” พูดจบก็ยิ้มให้อย่างที่คิดว่าเป็นลอยยิ้มที่ละลายใจของสาวๆได้ดีที่สุด แต่ไม่ใช่กับคิมจุนซู และจุนซูเองจะไม่ว่าอะไรหรือโมโหไปมากกว่านี้ถ้า ไอคนปากห้อยตรงหน้านั้นไม่ค่อยๆถอดหูฟังออกจากหูของตัวเองที่ตอนแรกถูกบดบังจนมิดเพราะฮู๊ดที่ยกขึ้นสวมศีรษะไว้อยู่

“ ฮึ่ย!!” จุนซูโมโหจนหน้าแดง สายตาที่ส่งไปบ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังหงุดหงิดเป็นอย่างมาก เขาเบื่อแล้วกับไอคนหน้าด้านตรงหน้าที่ชอบมาหาเรื่องทะเลาะกับเขาอยู่เรื่อย จุนซูตัดบทโดยการผลักแรงๆไปที่อกแกร่งของคนตรงหน้าแล้วเดินผ่านไป แต่คนปากหมามันก็หมาอยู่วันยันค่ำ

“ อะไรกัน จะหลอกจับนมผมก็ไม่บอก อย่างนี้ผมเสียหายน้า....” จุนซูที่เดินผ่านไปแล้วต้องหยุดปรับสีหน้าเหมือนอย่างคนที่ไม่ทุกข์ไม่ร้อน แล้วหันกลับมาอีกรอบ

“ นายมีนมให้จับด้วยหรอ?....อย่าสำคัญตัวผิดนักเลย เพราะฉันไม่มีรสนิยมอย่างนั้น” พูดจบก็เดินไปที่ห้องพักด้านหลังร้าน ที่พี่ชายของเขาใช้เป็นห้องทำงานและพักผ่อนไปในตัว คนภายนอกถ้าหากไม่ได้รับอนุญาตก็ห้ามเข้าไปเด็ดขาด

ยูชอนยืนมองแผ่นหลังของคนตัวเล็กที่เพิ่งเดินหายเข้าในห้องๆหนึ่งแล้วก็อดจะยิ้มเล็กๆกับตัวเองไม่ได้

“ หึหึ...ไม่มีรสนิยมแบบนั้นอย่างนั้นหรอ?......แล้วผมจะคอยดูวันที่คุณต้องกลืนน้ำลายตัวเอง..”

.

.

.

“ เป็นไรมากรึป่าววะยูชอน ยืนยิ้มอยู่ได้คนเดียว” เสียงทักจากด้านหลังที่ฟังแล้วก็รู้เลยว่าคนๆนี้คือเพื่อนร่วมวงของเขา โจคยูฮยอน

“ อารมณ์ดีนิดหน่อยว่ะ” ยูชอนหันมาตอบยิ้มๆ

“ อารมณ์ดีที่ได้แกล้งคุณจุนซูน่ะหรอ?” คยูฮยอนเหล่ตามองเพื่อนร่วมวงของตนเองอย่างจับผิด

“ ก็นะ...ว่าแต่มึงเหอะ...เพิ่งมารึไง แล้วที่รักมึงหละ?” ยูชอนมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเพื่อนร่วมวงอีกคนที่ตัวติดกันกับคยูฮยอนตลอด แต่น่าแปลกที่ว่า ครั้งนี้กลับมีแค่คยูฮยอนคนเดียว ซองมินหายไปไหน?

“ ซองมินมาก่อนตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่รู้เกิดงอนอะไรขึ้นมาอีก ไม่ยอมพูดกับกูตั้งแต่เมื่อคืน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังดีๆอยู่เลย” คยูฮยอนพูดจบก็ก้มหน้าลงเล็กน้อยพยายามครุ่นคิดว่าเพราะเหตุใดซองมินถึงไม่ยอมคุยกับเขา

“ ไม่ต้องคิดมากหรอกว่ะ กูไม่เคยเห็นเจ๊ซองมินจะงอนมึงได้ครบวันสักครั้ง” พูดจบก็ตบบ่าเพื่อนแล้วเดินตามทีมงานที่เข้ามาพาเขาสองคนเข้าไปที่ห้องแต่งตัว

.

.

.

“ เฮ้ย! คยูมึงว่าไอยุนโฮมันจะมายังวะ?”

“ ถ้ามันมาแล้วให้ตบหัวสิบทีเลยเอ้า!!

“ กูให้ยี่สิบเลยว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” แล้วทั้งสองคนก็ระเบิดหัวเราะอย่างสนุกสนาน กับเรื่องต่างๆที่สรรหามาเล่า จนซองมินที่ไม่ยอมคุยกับคยูฮยอนต้องเดินหนีออกมาด้วยความน้อยใจ...นี่ขนาดเขากำลังงอนอยู่ คยูฮยอนยังหัวเราะได้ขนาดนั้น นี่เขาไม่สำคัญกับคยูฮยอนแล้วใช่มั๊ย???.....

.

.

.

“ ฮยอกแจ เดี๋ยวพี่เข้าไปดูจุนซูหน่อยละกัน ตามสบายเลยนะ คิดซะว่าเป็นร้านของตัวเองก็ได้” ร่างบางที่นั่งอยู่ที่ชั้นสองของร้านเอ่ยขึ้นกับเพื่อนของน้องชายตนเอง

“ ครับพี่แจ...ขอบคุณมากครับ”

.

.

.

ร่างบางเดินลงมาจากชั้นสองของร้านเพื่อตรงไปยังห้องทำงานของตน แจจุงเปิดประตูเข้าไปในห้องอย่างแผ่วจนเป็นนิสัย เมื่อเข้ามาในห้องแล้วก็พบกับน้องชายของตนเองที่นั่งอยู่ตรงระเบียงไม้ที่เป็นทางเชื่อมต่อกับสวนหย่อมด้านนอก แจจุงเดินออกไปที่ระเบียงนั้นก่อนจะนั่งลงข้างๆน้องชายของตน

“ อ๊ะ! พี่แจจุง” จุนซูสะดุ้งเล็กน้อยที่พี่ชายของเขาเข้ามาไม่ทันได้ตั้งตัว

“ เหม่อคิดถึงเรื่องอะไรอยู่หรอจุนซู?” แจจุงถามพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะของจุนซูเบาๆ

“ เปล่าหรอก ผมก็แค่คิดอะไรเพลินๆ แล้วก็รู้สึกดีที่งานที่ผมจะต้องถ่ายรูปให้กับวง FLUSH จะเสร็จซักที ผมเบื่อที่จะต้องมาต่อปากต่อคำกับไอห้อยนั่น” จุนซูหันมายิ้มให้กับแจจุงก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อกล่าวถึงบุคคลที่สาม

“ แล้วทำไมจุนซูไม่ลองพูดกับเขาดีๆก่อนล่ะ...?”

“ ผมเคยพูด แต่นานมาแล้ว นานมาก และทุกครั้งมันจะเริ่มกวนประสาทผมก่อน พี่ก็รู้นี่ว่าผมน่ะความอดทนต่ำ” พูดจบก็เอนตัวลงนอนหนุนตักนิ่มๆของพี่ชาย

“ แต่พี่ว่า...”

“ พี่แจจุง ผมจะคุยดีๆกับมันแน่ ถ้ามันมาพูดดีๆและไม่กวนประสาทผมก่อน” จุนซูตัดบทเพราะไม่ว่ายังไงเขากับไม่มีทางไปคุยดีๆกับไอห้อยนั่นก่อนเป็นครั้งที่สอง  แจจุงนั่งลูบผมของน้องชายไปเรื่อยๆจนจุนซูเองแทบจะเคลิ้มหลับไป

“ นี่...จุนซูไม่เคยเห็นเล่าให้พี่ฟังเลยเรื่องที่ฮยอกแจเป็นผู้จัดการวง FLUSH น่ะ”

“ ผมเล่านะ แต่พี่แจจุงน่ะไม่ค่อยจะอยู่ฟัง ส่วนใหญ่ไม่อยู่ร้านก็อยู่กับพี่ซึลกิ ตอนอยู่บ้านจะเล่าให้ฟังทีไรพี่ก็คุยโทรศัพท์กับพี่ซึลกิทุก....ที.....เอ่อ....พี่แจ ผมขอโทษ ผมไม่น่าพูดเรื่องนี้เลย” จุนซูที่กำลังอธิบายเหตุผลให้ร่างบางฟังนั้นต้องหยุดทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองได้พูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป ใบหน้าหวานของแจจุงนั้นดูเศร้าลงไปถนัดตาเพียงแค่ได้ยินชื่อของคนรักเก่า

“ ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่เป็นไร  จุนซูรีบไปเตรียมตัวทำงานเถอะ อย่าให้คนอื่นต้องรอเรา มันไม่ดีหรอก” แจจุงเอ่ยสั่งสอนน้องอย่างที่ทำเป็นประจำ

“ คร๊าบพี่แจ ว่าแต่พี่แจจะออกไปดูผมถ่ายรูปรึป่าว?” จุนซูพูดพลางคว้ากระเป๋ากล้องที่อยู่ไม่ไกลมากนักมาถือไว้

“ เอาสิ เดี๋ยวพี่ไปนั่งดูที่ชั้นสองละกัน”

.

.

.

บริเวณชั้นล่างของร้านทีมงานช่วยกันจัดเตรียมแสงกันจนเสร็จเรียบร้อย เนื่องจากฉากนั้นไม่จำเป็นต้องทำอะไรกับมันมากเพราะร้านกาแฟแห่งนี้ถูกจัดไว้ได้อย่างลงตัวอยู่แล้ว  ชายหนุ่มร่างสูงเปิดประตูกระจกใสเข้ามาในร้านอย่างไม่รีบร้อนมากนักกางเกงยีนส์ขายาวสีซีดกับเสื้อยืดเนื้อเบาสบายสีขาวสกรีนลายสีดำเพียงเล็กน้อย

“ กว่าจะมาได้นะไอยุน!!” เสียงของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการวงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสมาชิกในวงคนสุดท้ายที่เดินทางมาถึง แต่พอจะอ้าปากบ่นก็ถูกขัดขึ้น

“อย่าบ่นน่า...วันนี้สายไปแค่10นาที เร็วกว่าแต่ก่อนตั้งเยอะ เพราะฉะนั้นห้ามบ่น สัญญาแล้วว่าจะมาให้ตรงเวลามากขึ้น แต่ต้องให้เวลาปรับตัวกันหน่อย เข้าใจมั๊ยครับ? คุณผู้จัดการ” ร่างสูงพูดรัวราวกับอ่านความคิดของผู้จัดการออกว่าต้องบ่นเขาเรื่องนี้อีกเป็นแน่

“ แล้วทำไมถึงมาช้า ตื่นสายรึไง ทั้งที่เมื่อเช้าฉันก็โทรไปปลุกนายตั้งแต่เช้า” ฮยอกแจเอ่ยถามสายตาคาดคั้นเพราะเขาต้องการคำตอบไม่ใช่แค่บอก ไม่มีอะไร แล้วเดินผ่านไปอย่างทุกครั้ง

“ ป่าวๆ ไม่ได้ตื่นสาย แค่หลงทางนิดหน่อย” ยุนโฮตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ หลงทาง? นายเนี่ยนะหลงทาง คนที่มองแผนที่แป็ปเดียวก็รู้จนทะลุปรุโปร่งว่าอะไรอยู่ตรงไหนเนี่ยนะจะหลงทาง? ถ้าจะโกหกก็ขอให้เนียนกว่านี้หน่อยละกัน” เหอะ! พูดมาได้ หลงทาง ใครเขาจะเชื่อมึ๊ง ไอยุนโฮ!!!

“ เออน่า...แล้วฉันไม่ต้องไปแต่งตัวรึไง จะให้ถ่ายชุดนี้หรอ?” ยุนโฮตัดบท ฮยอกแจเลยเดินนำไปที่ห้องแต่งตัวอย่างจำยอม...หึ! หลงทางหรอ? เหตุผลบ้าๆอย่างนั้นคิดไปได้ไงวะเนี่ยกู....แต่ถ้าจะบอกว่าหลงทางก็คงจะใช้ได้อยู่ล่ะมั้ง ในเมื่อเขาหลงทางไปคนละทิศละทางกับร้านกาแฟนี้เลย...หลงไปจนถึงหน้าบ้านของคนที่เขาเพิ่งไปส่งเมื่อวาน....คิมแจจุง...

.

.

รถยนต์สีดำเงาที่เคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง สายตาคมจ้องมองตัวบ้านจากในรถที่ติดฟิล์มกรองแสงสีเข้มจนมืดสนิท สักพักร่างสูงเจ้าของรถก็เปิดประตูรถลงมาและเดินตรงยังหน้าประตูรั้ว หมวกสีดำถูกกดลงมาจนปีกหมวกบดบังใบหน้าไปเกือบครึ่ง นิ้วเรียวกดไปที่กริ่งเพียงครั้งสองครั้งก็มีแม่บ้านวิ่งออกมา

“ มาหาใครหรอคะ?” เสียงเอ่ยถามอย่างสุภาพของแม่บ้านดังขึ้นพลางมองไปยังใบหน้าของผู้มาเยือน

“ เอ่อ...คือผมมาหาแจจุงน่ะครับ”

“ คุณแจจุงไม่อยู่หรอกค่ะ ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว”

“ หรอครับ ขอบคุณมากนะครับ” เสียงที่ดูเศร้าลงเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปที่รถ แล้วขับออกไป....ถ้าได้เจอก็คงจะดีกว่านี้ เราจะมีโอกาสได้เจอกันอีกมั๊ยน้า....แจจุง....

.

“ ใครมาหรอนายอง?” เสียงเอ่ยถามจากบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ใหญ่ของบ้านแห่งนี้

“ คงจะเป็นเพื่อนคุณแจจุงน่ะค่ะ เห็นมาถามหาคุณแจจุง”

“ คงจะ? เขาไม่ได้บอกหรอว่าเขาเป็นใคร”

“ ป่าวค่ะ พอดิฉันจะถามเขาก็ขับรถออกไปแล้ว...แต่หน้าของเขาดูคุ้นๆยังไงก็ไม่ทราบนะคะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”

.

.

.

การถ่ายทำของวันนี้ เริ่มจากการถ่ายภาพเดี่ยวของแต่ละคนตามมุมต่างๆของร้าน และตามด้วยกันถ่ายภาพรวมของทั้งสี่คน การถ่ายภาพเดี่ยวเริ่มจากซองมิน ซึ่งถ่ายบริเวณโต๊ะริมกระจกทางด้านหน้าของร้าน ตามมาด้วยคยูฮยอนที่เลือกถ่ายบริเวณที่นั่งริมบ่อปลาคาร์ฟ เมื่อถ่ายเซ็ตของคยูฮยอนเป็นที่เรียบร้อย คยูฮยอนก็ต้องเข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องแต่งตัว ที่มีซองมิน ยูชอนและยุนโฮนั่งอยู่ก่อนแล้ว ยุนโฮเดินออกมาจากห้องแต่งตัวเพราะรู้เรื่องของสองคนนี้ที่งอนกันจากปากของยูชอนเลยต้องการที่จะให้สองคนนี้ได้ปรับความเข้าใจกันซักที ส่วนยูชอนนั้นถึงคิวที่จะต้องไปถ่ายเป็นคนต่อไป โดยเลือกที่นั่งริมกระจกด้านข้างของร้านที่ติดกับสวนหย่อม

“ นี่ ไอห้อย! ช่วยทำท่าเหมือนกับคนที่นั่งเหม่อๆคิดถึงเรื่องมีความสุขหน่อยได้มั๊ย? ขอหน้าตาที่ปล่อยสบายๆไม่ต้องเก๊กไม่ต้องแอ๊บแบ๊วน่ะ!! ทำเป็นมั๊ย?” ให้ตายสิ! เขาถ่ายรูปให้นางแบบนายแบบทั้งชื่อดังและหน้าใหม่มาตั้งมากมาย แต่ไม่มีใครจะเรื่องมากเท่านี้เลย

“ นี่คุณ ผมแอ๊บแบ๊วตรงไหนไม่ทราบครับ ที่คุณเห็นผมในแบบนี้น่ะ ก็แสดงว่าผมน่ะเป็นคนใสซื่อ(?) อ่อนต่อโลก(?) คุณน่ะอิจฉาผมใช่มั๊ยล่ะจุนซู ถึงคอยว่าผมอยู่เรื่อย” ยูชอนพูดพร้อมทำหน้าเหมือคนใสซื่อเสียเต็มประดาและเปลี่ยนมาทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ในตอนท้าย แต่ก็เท่านั้นแหละนะ ในเมื่อคนอย่างคิมจุนซู...ไม่เชื่อ!

“ หึ! อ่อนต่อโลกหรือช่ำชองโลกกันแน่” จุนซูบ่นเบาๆกับตัวเอง แต่ก็ดังพอที่ยูชอนจะได้ยิน

จุนซู พูดอย่างนี้เหมือนกับว่าคุณกำลัง หึง ผม?” รอยยิ้มกรุ้มกริ่มแพร่งพรายอยู่บนใบหน้าหล่อของยูชอน จนทำให้จุนซูที่ได้ฟังถึงกับถลึงตาใส่

“ ฉันเนี่ยนะหึงนาย! เหอะ! ถ้าฝันอยู่ก็ตื่นซะเถอะ ถ้าฉันต้องหึงนายนะ สู้ฉันไปหึงหมาข้างทางยังดีกว่าอีก” พูดจบก็เชิดใส่อีกคน...แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะได้ถ่ายเล่า....

“ ไม่อยากจะเชื่อ!! จุนซู คุณมีรสนิยมอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ มิน่าล่ะที่คุณยังไม่มีแฟนซักทีเพราะคุณไปชอบหมาข้างทางนี่เอง...ไม่น่าเล้ย...คนดีๆมีไม่ชอบ” สีหน้าตกใจที่ดูยังไงก็เสแสร้งนั่น บวกกับคำพูดนั้น ก็พอแล้วที่จะทำให้ขีดความอดทนของจุนซูสิ้นสุดเสียที

“ ปาร์ค ยูชอน!!! ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้เอาเลือดปากห้อยของนายออกนะ อย่ามาเรียก ว่าคิมจุนซูอีกต่อไป” จุนซูพูดออกมาพร้อมกับการกระทำที่เหมือนจะเขวี้ยงกล้องแสนรักของตัวเองออกไปด้วยความโมโห

“ งั้นจะให้เรียกว่าอะไรล่ะครับ โลมาน้อย? หรือจะเป็น....ที่รัก?...เอ...โลมาน้อยที่รัก...ก็ดีเหมือนกันนะครับ จุนซูว่ามั๊ย?^^” ในตอนนี้จุนซูไม่ฟังอะไรแล้ว ความโกรธมันพรุ้งพร่านอยู่ในตัว แต่พอง้างหมัดเพื่อจะต่อยปากห้อยๆนั่นกลับโดนล็อกแขนไปเสียก่อน

“ จุนซูอย่า!! ใจเย็นๆดิวะนี่งานนะเว้ย อดทนไว้ๆ ส่วนแกไอยูชอน เลิกกวนประสาทจุนซูซักทีได้มั๊ย? ห๊า!!! งานมันจะไม่เสร็จไปตามกำหนดก็เพราะแกนั่นแหละที่คอยหาเรื่องทะเลาะกับจุนซูอยู่เรื่อย” ถือเป็นโชคดีที่ฮยอกแจยังเข้ามาห้ามสถานการณ์ได้ทัน ไม่อย่างนั้นยูชอนคงได้เลือดกบปากจริงๆแน่  และผมกรรมทั้งหมดก็ต้องมาตกอยู่กับฮยอกแจเมื่อจุนซูประกาศกร้าวว่าจะไม่ถ่ายรูปให้กับยูชอนอีก ใครอยากถ่ายก็ให้มาถ่ายกันเอง ส่วนคนอื่นนั้นเขาจะถ่ายให้ ยกเว้น ปาร์คยูชอน เพียงคนเดียว...ฮยอกแจเลยต้องมานั่งหว่านล้อมขอร้องเพื่อนรักจนแทบจะต้องบีบน้ำตาขอร้องเพื่อให้จุนซูยอมมาถ่ายภาพให้อีกครั้งและกว่าที่จุนซูจะยอมนั้นก็ใช้เวลาไปนานอยู่ทีเดียว

.

.

.

ยุนโฮที่ออกมาจากห้องแต่งตัวก็เดินเรื่อยมาจนขึ้นมาถึงบริเวณชั้นสองของร้าน บริเวณตัวชั้นสองของร้านที่ไม่ได้กว้างมากนัก เพียงแค่หยุดยืนอยู่ตรงบันไดก็สามารถมองเห็นได้จนทั่วทั้งชั้นสอง และภาพที่เขาเห็นตรงหน้าก็ทำให้ยุนโฮอดที่จะยิ้มอย่างดีใจไม่ได้ ร่างบางที่นั่งอยู่ที่โต๊ะริมด้านในสุดของชั้นสอง มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาท้าวกับใบหน้าหวาน สายตาที่เศร้าสร้อยอย่างเหม่อลอย แต่ก็ไร้ซึ่งน้ำใสจากดวงตา เส้นผมที่ซอยสั้นละข้างแก้มนั่นอีก ยุนโฮอยากจะขยี้ตาซักสองสามทีว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ความฝัน ใช่จริงๆ ใช่คิมแจจุงจริงๆ ไม่รอช้า ยุนโฮเดินตรงไปยังโต๊ะที่แจจุงนั่งอยู่

“ สวัสดีครับ แจจุง” ร่างบางที่กำลังเหม่อลอย สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมามองใบหน้าของบุคคลที่เอ่ยเรียกเขา

“ อ๊ะ!..คุณ” คนที่ช่วยเขา...วันนั้น

“ เจอกันอีกแล้วนะครับ แจจุง...”

 

>::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::<



-- POR [[ zodauzeed]]
View full profile