>::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::<
Title ::*- RAINY DAY
Date ::*- 2
Rating ::*- PG-15
Category ::*- Romantic Comedy
Pairing ::*- Chung YunHo – Kim JaeJoong // Park YooChun – Kim JunSu
>::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::< >::*- -*::<
ห้องพักขนาดใหญ่บนคอนโดหรู ซึ่งบ่งบอกถึงฐานะของผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี ภายในคอนโดถูกตกแต่งเป็นแบบเรียบง่าย หากแต่ดูสวยงามและลงตัว เจ้าของห้องที่ตอนนี้นั่งกระสับกระส่ายอยู่ที่โซฟาของห้องนั่งเล่น เมื่อตนเองที่เรียกว่า “หมอ” นั้น ยังไม่ออกมาบอกอาการของคนที่เขาเพิ่งขับรถชนเลยสักที
~ แกร็ก ~
เสียงประตูห้องนอนของตนเองที่เปิดออก ทำเอาคนที่นั่งกระสับกระส่ายอยู่นั้น ลุกพรวดขึ้นทันที สาวเท้าสองสามก้าวก็ถึงบริเวณหน้าห้องนอน
“ เขาเป็นไงบ้างวะไอหมอ” น้ำเสียงร้อนรนบ่งบอกออกมาได้ชัด
“ ร่างกายภายนอกไม่ได้มีรอยบอบช้ำ หรือมีรอยกระแทกตรงไหน กูว่า...มึงคงยังไม่ได้ชนเขาหรอกว่ะ แต่เขาอาจจะตกใจที่เห็นรถพุ่งเข้ามาก็เลยคิดว่าตัวเองโดนรถชน แล้วสลบไป” ร่างโปร่งของหมอบอกพลางเดินนำไปนั่งที่โซฟาห้องนั่งเล่น
“ แน่นะมึง ไม่ใช่ว่าเกิดเขาเป็นอะไรมากกว่านั้น แล้วมึงตรวจไม่พบนะ” ยุนโฮถามย้ำอย่างไม่มั่นใจ
“ เอ้า!! ไอนี่ มึงอย่ามาดูถูกกูนะ...กูใคร หมอชางมินเชียวนะมึง....เอาน่า....กูว่าพรุ่งนี้เขาก็คงจะตื่นแล้วแหละ” ชางมินพูดอย่างให้กำลังใจเพื่อน แต่สิ่งที่เขาพูดก็เป็นความจริง ผู้ชายคนนั้นแค่สลบไป ที่จริงตอนก็น่าจะรู้สึกตัวได้แล้ว แต่ดูจากใบหน้าซีดๆนั่น และดวงตาที่บวมแดงนั่นอีก คงจะมีเรื่องให้กระทบกระเทือนจิตใจแน่ๆ ผู้ชายคนนั้นคงจะเพลียจริงๆจึงสลบยาวขนาดนี้...
“ เออ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วกูกลับบ้านก่อนนะมึง พอดีมีนัด” ชางมินเอ่ยบอกกับเพื่อนของตนและเตรียมที่จะเดินออกไป
“ นัด?...แม่มึงนัดคู่ดูตัวอีกแล้วอะดิ” ยุนโฮกล่าวอย่างรู้ทัน
“ จะมีเรื่องอะไรได้...แล้วก็มึง....พอเขาตื่นมามึงก็ หาอะไรให้เขากินรองท้องหน่อยนะแล้วก็เอายาแก้ปวดเนี่ย...อ่ะ...ให้เขากินด้วย...เข้าใจ๊!!!"”ชางมินยื่นซองยาให้กับยุนโฮแล้วเปิดประตูเดินออกไป
“ เออๆ....ขอบใจว่ะ แล้วก็ขอให้โชคดี เจอคู่ดูตัวที่ถูกใจด้วยล่ะมึ๊ง 5555+” ยุนโฮกล่าวอย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะปิดประตูแล้วเดินเข้ามาในห้องดังเดิม
- - แล้วคืนนี้กูจะนอนไหนวะเนี่ย!! ผู้ชายเหมือนกัน คงไม่เป็นไรมั้ง! หวังว่าตื่นมาคงไม่โวยวาย....เฮ้อ~ - -
.
.
.
.
.
ยามเช้าที่ปราศจากเสียงนกร้อง ไร้แสงแดดอันแสนอบอุ่น มีเพียงก้อนเมฆสีเทาที่ก่อนตัวรวมกันกลั่นเป็นสายฝนพร่ำๆที่ตกลงมายาวนานตั้งแต่เมื่อคืน อากาศเย็นๆที่เหมาะแก่การนอนพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง....หากแต่....ไม่ใช่ คิม แจจุง คนนี้
แจจุงที่รู้สึกตัวตื่นมาเพียงไม่นาน กำลังชันเข่าอยู่บนเตียงกว้าง ที่มีชายร่างสูงอีกคนนอนหลับใหลอยู่ แจจุงกำลังค่อยๆนึกทบทวนอยู่ว่าตัวเขานั้นมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร....
“ แจจุงคะ...เราเลิกกันเถอะ”
- - เมื่อวานเราถูกซึลกิบอกเลิก....แล้วก็มาหยุดอยู่ที่สะพานอะไรสักอย่าง.....พอจะข้ามถนนก็ถูก.....รถชน.....แล้วหลังจากนั้น....เราก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย....- -
- - งั้น....คนๆนี้ล่ะคือใคร?.....คนที่ชน?....หรือ....คนที่ช่วย?...- -
แจจุงหันมาสำรวจร่างกายของตัวเอง......ทั้งแขน ขา รวมทั้งส่วนต่างๆของร่างกายของเขาไม่มีส่วนไหนได้รับบาดเจ็บอะไร แจจุงจึงหันไปเรียกคนที่นอนหลับอยู่ด้านข้าง
“ คุณ....คุณครับ....คุณ....” แจจุงส่งเสียงเรียกไม่ดังมากนัก มือข้างหนึ่งเอื้อมไปเขย่าเพียงเบาๆ แต่ก็สามารถทำให้คนที่นอนหลับอยู่นั้นหลุดออกจากห้วงนิทราได้อย่างไม่ยากเย็น
ยุนโฮค่อยๆลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงเสียงเรียกและแรงเขย่าเบาๆที่แขนของเขา เมื่อตื่นอย่างเต็มตาแล้วก็พบว่าคนที่เขาเกือบจะขับรถชนอยู่เมื่อวาน กำลังนั่งมองหน้าเขาอยู่ สภาพที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้คือ เส้นผมที่ชี้ไปคนละทิศละทางและยุ่งเหยิง แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ศีรษะที่เอียงเล็กน้อยเหมือนกำลังคิดอะไร เสื้อชุดนอนของเขาที่ร่างบางนี้ใส่อยู่ ตรงช่วงคอแหวกออกกว้างเนื่องด้วยไซส์เสื้อที่ใหญ่กว่าคนใส่อยู่มาก ดูไปแล้วก็ยังไงก็ไม่พ้นคำว่า...น่ารัก....
- - เฮ้ย!! นี่กูชมผู้ชายหรอวะเนี่ย!! - -
“ เอ่อ.....คุณ....เมื่อคืนผมโดนรถชน...ใช่มั๊ยครับ??....แล้วคุณคือ....” ร่างบางที่เห็นยุนโฮไม่พูดอะไรแถมยังทำหน้าตานิ่งๆอีก ก็เอ่ยถามอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่ยังไม่ทันที่จะถามจบ ก็ถูกยุนโฮขัดขึ้นซะก่อน
“ ผมคือคนที่ขับรถเกือบจะชนคุณเมื่อวานครับ แค่เกือบนะครับ พอดีผมเบรกไว้ทัน แต่คุณก็สลบไปแล้ว ผมไม่รู้จะพาคุณไปส่งที่ไหน เพราะจะไปที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ ก็เลยต้องพาคุณมาที่นี่ คอนโดของผม แล้วให้ไอหมอที่เป็นเพื่อนของผมมาดูอาการของคุณให้...” ยุนโฮตอบกลับไปอย่างสุภาพ โดยใช้น้ำเสียงเดียวกับเวลาที่อยู่บนเวทีแล้วได้พูดคุยกับแฟนๆ
“ แล้วทำไมคุณถึงพาผมไปส่งที่โรงพยาบาลไม่ได้ล่ะครับ?” ร่างบางถามอย่างสงสัย
“ นี่คุณไม่รู้จักผม??” ยุนโฮถามกลับ ติดจะออกอาการเหวอเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าจะมีคนในประเทศคนไหนไม่รู้จักเขาหรอกนะ ก็วง FLUSH น่ะออกจะดังขนาดไหนใครก็รู้ ดังแค่ในประเทศยังไม่พอ ในต่างประเทศวงของเขาก็ยังมีชื่อเสียงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย....แต่ยุนโฮลืมอะไรไปหรือเปล่า...ถึงวง FLUSH จะดังก็จริง แต่ก็ใช่ว่าคนที่รู้จักวงนี้ คนที่เคยฟังเพลงวงนี้ จะรู้จักหน้าสมาชิกในวงทุกคน แล้วยิ่งยุนโฮเองเป็นเพียงมือเบส ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าหากเป็นนักร้องนำก็ว่าไปอย่าง.....
แจจุงส่ายหน้าเล็กน้อย
“ แล้วคุณรู้จัก วง FLUSH ไหม??”
แจจุงพยักหน้าเป็นการตอบรับ
“ แล้วคุณจำหน้าใครในวงนี้ได้บ้าง”
“ ผมจำได้แค่ โจ คยูฮยอน ที่เป็นนักร้องนำ เพราะแฟนผะ....เอ่อ....แฟนเก่าผมเขาชอบ ผมเลยจำได้...” แจจุงตอบมาก่อนที่จะเศร้าลงถนัดตาเพราะนึกถึงสาเหตุที่เขาจำใบหน้าของนักร้องนำวงนี้ได้ และดูเหมือนยุนโฮจะดูออกเช่นกัน
“ อ่า...คุณแจจุง...ถ้าคุณไม่รู้จักผม..งั้นผมจะขอแนะนำตัวละกัน ผมชื่อ ชอง ยุนโฮ เป็นมือเบส วง FLUSH ครับ” ยุนโฮพยายามสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น และพยายามแนะนำตัวอย่างร่าเริง
“ O.O คุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง” แจจุงถามอย่างสงสัย ถ้าเขาจำไม่ผิด เขายังไม่ได้แนะนำตัวกับร่างสูงคนนี้เลย
“ อ่อ...โทษทีครับ พอดีว่าเมื่อคืนผมเจอกระเป๋าสตางค์ของคุณ....เลยเปิดดูน่ะ ก็เลยรู้ชื่อของคุณ” ยุนโฮกล่าวอย่างรู้สึกผิดเล็กๆ
“ ไม่เป็นไรครับ” แจจุงตอบกลับ ก่อนจะเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ผนังห้องทางด้านหลังของยุนโฮ “ แปดโมงครึ่งแล้ว งั้นผมคงต้องกลับก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่กับน้องของผมจะเป็นห่วง...ขอบคุณคุณมากนะครับที่ช่วยเหลือ ถ้ามีโอกาสผมจะตอบแทนนะครับ” แจจุงบอกพลางลุกขึ้นลงจากเตียง แต่ก่อนที่จะได้ก้าวขาไปไหนยุนโฮก็เอ่ยรั้งไว้เสียก่อน
“ งั้นเดี๋ยวผมไปส่งแล้วกัน พอดีว่าผมต้องออกไปข้างนอก ส่วนเรื่องตอบแทน....แค่คุณแจจุงไม่บอกที่อยู่ของผมให้ใครรู้ก็พอครับ”
.
.
.
.
.
รถยนต์คันเดิมเพียงแค่ ต่างสถานที่ และต่างเวลา ในตอนนี้มันถูกจอดอยู่ที่หน้าบ้านเดี่ยวขนาดกลาง พื้นที่กว้างโดยรอบภายในรั้วถูกจัดตกแต่งอย่างมีดีไซน์ เป็นสไตล์ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาใดก็มีทางตกยุค...
“ ขอบคุณที่มาส่งนะครับ” แจจุงค้อมศีรษะลงเล็กน้อย โดยที่ยุนโฮยิ้มรับ ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินหายเข้าไปในรั้วบ้าน
“ หวังว่าเราคงได้พบกันอีกนะ....แจจุง” ยุนโฮมองแผ่นหลังของแจจุงที่ค่อยๆหายไปจนลับตา รอยยิ้มอย่างมีความสุขปรากฎขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว....
.
.
.
แจจุงที่เดินเข้าบ้านมาก็มองไปรอบๆบ้าน แต่ก็ไม่เห็นใคร จนเมื่อขาเรียวกำลังจะก้าวขึ้นบันได เพื่อไปยังชั้นสอง ก็กลับมีเสียงดังมาจากคนที่เพิ่งออกมาจากทางหลังบ้าน
“ แจจุ๊งงงงงงงงงงง ไปไหนมาทำไมเมื่อคืนไม่กลับบ้าน ห๊า!!! จะโทรมาบอกหน่อยก็ไม่ได้ รู้มั๊ยพี่กับจุนซูเป็นห่วงเราแค่ไหน!!!” เสียงของ คิม ฮีชอล พี่ชายคนโตแห่งบ้านตระกูลคิมหลังนี้กล่าวกับน้องชายของตนเองไม่ใช่เพราะโมโหหรือโกรธ แต่หากเป็นเพราะความรัก และความเป็นห่วง ที่พี่ชายคนหนึ่งจะมีให้น้องชายของของเขา แต่ก่อนที่แจจุงจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกไป ก็ได้มีเสียงอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมากจากชั้นสองของบ้านพร้อมๆกับร่างนั้นวิ่งพรวดพราดลงบันไดมาโถมกอดพี่ชายคนกลางของตน
“ พี่แจจุง!!! พี่ไปไหนมา...รู้มั๊ยผมเป็นห่วงพี่แค่ไหนที่พี่ไม่กลับบ้านโดยไปได้บอกใคร แถมยังติดต่อหาพี่ไม่ได้อย่างนี้อ่ะ” คิม จุนซู น้องชายคนเล็กของบ้านหลังนี้ ออกแรงกอดพี่ชายของตัวเองแน่นไม่ยอมปล่อย
“ ฮ่าฮ่าจุนซู ปล่อยพี่ก่อน พี่จะหายใจไม่ออกแล้ว” แจจุงพูดแล้วรั้งตัวน้องชายออก “ เมื่อวานพี่ไปค้างบ้านเพื่อนมาขอโทษทีที่ไม่ได้โทรมาบอก มือถือพี่แบตหมด แล้วก็เพลียๆเลยหลับไปเลย ผมขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงน้า...พี่ฮีชอล...แล้วอีกอย่างไม่ต้องเป็นห่วงผมขนาดนั้นก็ได้ ดูซะก่อนผมออกจะแข็งแรง “ พูดพลางเบ่งกล้ามของตัวเองให้ดู “ เห็นมั๊ย? ผมออกจะแข็งแรง ไม่ต้องห่วงหรอกนะ” ยิ้มให้ทั้งสองคนอีกครั้งเป็นการยืนยัน
“ เอาเถอะ แจจุง...เราขึ้นไปอาบน้ำก่อนละกันแล้วเดี๋ยวค่อยลงมากินอาหารเช้า” แจจุงพยักหน้ารับ กำลังจะก้าวเท้าเดินต่อ แต่ฮีชอลก็หยุดด้วยคำถามที่ทำเอาดวงตาคู่นั้น เริ่มคลอด้วยน้ำตาใสอีกครั้ง “ เออ!...แจจุงเดี๋ยวนี้พี่ไม่เห็นซึลกิมาบ้านเราบ้างเลย”
“.....................”
“..หืม?...มีอะไรกันหรือเปล่า...ทะเลาะกันหรอ?” ฮีชอลถามด้วยความใคร่รู้
“ ผม....กับ ซึลกิ....เราเลิกกันแล้ว...” เมื่อได้ฟังคำตอบถึงกับทำให้คนช่างพูดอย่างจุนซูเงียบลงไปได้เลยทันที ฮีชอลเองก็ไม่ต่างกัน เขารู้ดีว่าแจจุงนั้นรักซึลกิมากแค่ไหน การที่ต้องมาเลิกกัน มันคงทำให้แจจุงเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว
“ พี่ยังมีผมอยู่ทั้งคนกลัวอะไร...อ่อ เจ๊ด้วยอีกคน...ผู้หญิงน่ะเดี๋ยวก็หาใหม่ได้...พี่ชายของผมต้องยิ้มไว้โลกถึงจะสดใส เข้าใจป่าวพี่แจจุง แต่ตอนนี้พี่ต้องอยู่เจ๊ฮีไปก่อนละกันส่วนผมอ่ะ ต้องรีบไปทำงานแล้ว....วันนี้ต้องไปถ่ายรูปให้วง FLUSH อีก เฮ้อ~ เซ็งจริง ต้องร่วมงานกับไอ้ห้อยมือกลองนั่น.....โอ๊ะ...ผมสายแล้ว ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวเย็นนี้เจอกัน บายพี่แจ บายเจ๊ฮี” จุนซูพูดแล้วรีบหายไป ด้วยไวเท่าความเร็วแสง คล้ายที่อยากจะช่วยทำให้พี่ชายคนกลางของตนเองนั้นรู้สึกดีขึ้น
“ พี่รู้ว่าการที่เราจะทำใจให้ลืมคนที่เรารักมากน่ะมันยาก...แต่ถ้าหากเราคิดซะว่า ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เนื้อคู่ของเรา เราก็จะรู้สึกดีขึ้นเอง พี่ว่าน้า...สักวันคงจะมีที่จะมีเห็นความดีของแจจุง และรักแจจุงด้วยใจจริง...ไปเถอะ...ไปอาบน้ำเดี๋ยวได้ลงมากินอาหารเช้ากัน” แจจุงรับฟังทุกอย่าง ทั้งที่น้องและพี่ชายพูด ก่อนจะยิ้มบางๆให้พี่ของตัวเอง แล้วเดินหายขึ้นไปบนชั้นสอง....
.
.
.
.
.
ภายในลานจอดรถของสตูดิโอถ่ายภาพ ของบริษัทเพลงยักษ์ใหญ่แห่งเกาหลี ร่างเล็กของจุนซูที่กำลังจอดรถไว้ใกล้ๆกับประตูทางเข้าสตูดิโอ เมื่อจอดรถเสร็จและก้าวลงจากรถพร้อมกับกล้องคู่ใจในมือ ในตอนนี้เขารู้สึกไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่ที่จะต้องมาถ่ายรูปให้กับวง FLUSH นี้ ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดวงนี้แต่อย่างใด หากความเป็นจริงแล้วคนที่เขาเกลียดกลับเป็นมือกลองของวง FLUSH ต่างหาก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะผู้จัดการวง FLUSH ที่เป็นเพื่อนรักของเขาขอร้อง เขา...จะไม่มีทางมาร่วมงานกับไอบ้านั่นเด็ดขาด จุนซูเดินก้มหน้าก้มตาอย่างไม่สบอารมณ์เพื่อเข้าไปในตัวอาคาร หากแต่จังหวะที่ เขากำลังจะก้าวขาเข้าประตูไปกลับมีคนอีกคนเข้ามาเบียดเพื่อที่จะเข้าประตูนี้ด้วยเช่นกันจนตัวเขาเองที่ไม่ทันได้ตั้งตัวต้องกระเด็นถอยหลังออกมา แต่พอเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี กลับต้องเบิกตาโพรงด้วยอารมณ์โมโหที่สูงขึ้น
“ O.O นาย!!! ไอ้ห้อย!!!”


















