Title :: [Re-Fic] ::*:: My childhood ::*::
Chapter :: 10
Paring :: YunJae , YooSu
Story by :: k-chan and zodaUzeed
-10-
“ ยะ...อย่านะ.....ขะ....ขอร้อง....” จุนซูขอร้องด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร น้ำตาไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยทั้งสองข้าง เขายังไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกของเขา แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่สนใจกับคำขอนั้น แล้วจุนซูจะรู้มั๊ยว่า...ก่อนหน้านี้ได้มีคนๆหนึ่งร้องขอแบบนี้แล้วเช่นกัน มิกกี้เริ่มรูดขึ้นและลงที่ส่วนนั้น
“ อ๊ะ....อ๊า....อา....อย่า....” ร่างบางครางเสียงกระเส่า
“ นายก็แค่พูดไปแบบนั้นแหละ เพราะร่างกายของนายน่ะไม่ได้ปฏิเสธเลยนะ” มิกกี้พูดด้วยเสียงที่แหบพร่าข้างหูของร่างบาง ก่อนที่เขาจะหยุดการกระทำทุกอย่างลง
“ อ๊ะ....นะ....นาย....” จุนซูมองคนตรงหน้าด้วยดวงตาที่ฉ่ำปรือ มันช่างเป็นภาพที่เซ็กซี่และยั่วยวนเหลือเกินในความคิดของมิกกี้
“ ทีนี้ตาชั้นมั่งล่ะนะ” มิกกี้พูดขึ้นก่อนที่จะแยกสองขาเรียวออกจากกันแล้วจึงสอดใส่ส่วนที่แข็งขึงเข้าไปทางช่องทางด้านหลังอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจที่จะให้ร่างบางนั้นต้องค่อยๆปรับตัว
“ อ๊าาาาาาาาา.....” ร่างบางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่นานมิกกี้ก็นำริมฝีปากเข้ามาบดเบียดกับริมฝีปากของร่างบางอย่างเร่าร้อนน ลิ้นของทั้ง2พัวพันกันอย่างร้อนแรง....สองมือของร่างสูงลูบไล้ไปทั่วผิวสวยก่อนจะไปหยุดที่สะโพกมน มิกกี้ขยับส่วนนั้นของตัวเองโดยเริ่มจากช้าๆและเริ่มเร็วขึ้นเร็วขึ้น โดยมีเสียงครางหวานๆพร้อมน้ำตาของร่างบางคลอไปด้วยกัน
“ อาาาาาา.......” เสียงครางของทั้งคู่ดังขึ้นประสานกัน และทันทีที่มิกกี้ถอดถอนส่วนนั้นออก จุนซูก็ล้มพับลงในอ้อมแขนของเขาทันที มิกกี้ฉวยเอาเสื้อคลุมที่อยู่ไม่ไกลมาคลุมร่างอันเปลือยเปล่าของจุนซูและตัวเองก่อนจะอุ้มร่างนั้นขึ้นและเดินออกจากห้องน้ำ เขาวางร่างนั้นอย่างทะนุถนอมผิดกับตอนที่อยู่ในห้องน้ำยิ่งนัก แล้วจึงห่มผ้าให้
“ ถึงยังไงซะ...ชั้นก็เป็นได้แค่คนที่รักนายอยู่ฝ่ายเดียวสินะ” มิกกี้พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆก่อนจะก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนของร่างบางอย่างนุ่มนวล สักพักหนึ่งเขาก็ถอนริมฝีปากออกก่อนจะค่อยๆลุกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
.........................
.........................................
.........................................................
เสียงคลื่นยังคงซัดหาดทรายอย่างต่อเนื่อง คล้ายเป็นบทเพลงหนึ่งที่ช่วยขับกล่อมให้คนที่ได้ฟังหลงไหลไปกับมัน แต่สำหรับชายหนุ่มคนนี้ในตอนนี้คงแตกต่างออกไปเพราะถึงแม้ว่าเขาจะนั่งอยู่ที่ชายหาด ได้ยินเสียงคลื่นขับกล่อมชัดเจนเพียงใด แต่มันก็เป็นเพียงเสียงแว่วกระซิบเท่านั้นในเมื่อจิตใจของเขาได้ล่องลอยไปไกล หวนนึกถึงชีวิตในวัยเด็กที่เขาเคยได้รู้จักกับเด็กชายอีกคนและทำให้เขาประทับใจจนมิอาจลืม
“ พี่สาวค๊ะ.....พี่สาว” เสียงเล็กใสเสียงหนึ่งได้ผ่านเข้าไปกระทบโสตประสาททำให้แจจุงสะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง
“ .......................” เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งยืนกอดลูกบอลสีสวยพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“ ทำไมพี่สาวถึงมานั่งอยู่คนเดียวล่ะคะ....อ๊ะ....พี่สาวร้องไห้ด้วย” เด็กหญิงถามไถ่อย่างเป็นกันเอง....ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆแจจุง
“ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก....แล้วพี่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงด้วย....เรียกว่าพี่ชายจะดีกว่านะ” แจจุงตอบกลับไป มองเด็กหญิงช่างเจรจาคนนี้อย่างเอ็นดู
“ ค่ะ พี่ชาย....นี่พี่ชายมาเที่ยวกับใครคะทำไมมานั่งอยู่คนเดียว” เด็กหญิงคนนั้นยิ้มใสๆแล้วถามขึ้น
“ พี่มากับเพื่อนน่ะคับ....แต่พี่อยากพักผ่อนเลยแยกออกมาคนเดียวน่ะ” แจจุงตอบสายตามองทอดยาวออกไปยังทะเลสวยที่บัดนี้กลายเป็นสีดำเนื่องจากท้องฟ้ายามค่ำคืน
“ พี่ชาย....หนูจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟังนะคะ” เด็กหญิงมองตามแจจุงบ้างก่อนที่จะเอ่ยขึ้น
“ อืม” เขาตอบรับเบาๆ
“ ในวันนี้ ของเมื่อปีที่แล้ว พี่สาวของหนูและพี่ชายแฟนของพี่ ได้พาหนูมาเที่ยวที่นี่ แต่เมื่อมาถึงพี่สาวกับพี่ชายก็ทะเลาะกัน เรื่องอะไรหนูก็ไม่รู้ แล้วจู่ๆพี่สาวของหนูก็ถอดแหวนที่พี่ชายให้ใส่ไว้ที่นิ้วนางด้านซ้ายออกแล้วเขวี้ยงมันลงทะเล จากนั้นพี่สาวของหนูก็วิ่งหลบไปร้องไห้ที่ไหนสักแห่งบนเกาะนี้ เวลาตอนนั้นก็เย็นมากแล้ว หนูเห็นพี่ชายกระโดดลงน้ำหาแหวนวงนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ใช้เวลาไปนานหลายชั่วโมง แต่สุดท้ายก็เจอ จากนั้นพี่ชายก็ไม่สบายจนเสียชีวิตไป พอพี่สาวของหนูรู้เรื่องทั้งหมดก็ร้องไห้เสียยใจจนเกือบเสียงสติ ก่อนที่พี่ชายจะตายพี่ชายได้สวมแหวนวงนั้นให้พี่สาวอีกครั้ง และบอกว่า – อย่าถอดแหวนวงนี้อีกนะ – แล้วก็จากไป เวลาผ่านไปอีกเดือนนึง พี่สาวก็ทิ้งหนูไปอยู่กับพี่ชาย” เด็กหญิงคนนี้ยังคงเล่าต่อไปเรื่อยๆ....แจจุงที่นั่งฟังมาตั้งแต่ต้น บัดนี้เริ่มน้ำตาคลอ เมื่อนึกถึงคนรักของตน ภายในใจก็สั่นกลัวว่ายูโนวจะเป็นเหมือนพี่ชายของเด็กคนนี้ เมื่อคิดไปดังนั้นสองเท้าก็ก้าวออกไปยังบ้านพักของตนทันที เด็กหญิงมองตามแผ่นหลังของร่างบางพร้อมกับอมยิ้มกับตัวเอง
“ ขอให้โชคดีนะคะ....พี่สาว”
“ โบมิ.....มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ” เสียงเรียกของใครบางคนดังขึ้น
“ พี่จีฮยอน......” เด็กหญิงตอบกลับไป
“ ไปกันเถอะ...” หญิงสาวกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นมือให้กับเด็กหญิงตรงหน้า ข้างๆของหล่อนนั้นคือชายหนุ่มคนรักของเธอ ร่างทั้งสามค่อยๆออกเดินลงสู่ทะเลกว้าง ที่ๆพวกเขาจะอยู่ด้วยกัน......ชั่วนิรันดร์
...................................
.................................................
.......................................................................
“ ยุนโฮ” ร่างบางเรียกหาชื่อของคนรักทันทีที่ถึงบ้านพัก แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของร่างสูง น้ำใสที่เมื่อครู่คลออยู่ที่เบ้าตา แต่บัดนี้กลับไหลลงมาราวกับเป็นสายธารเล็กๆ
- - ไม่นะยุนโฮ....อย่าเป็นอย่างที่เด็กคนนั้นเล่ามานะ....ได้โปรด - - แจจุงพร่ำบอกกับตัวเอง อ้อนวอนพระเจ้าด้วยน้ำตา แต่แล้วทุกๆการกระทำของแจจุงก็หยุดลง เมื่อมีเสียงลูกบิดกลอนประตูดังเข้ากระทบโสตประสาท แจจุงหันไปมองยังประตูบานนั้น.......ร่างสูงเดินเข้ามาภายในบ้านพัก เนื้อตัวที่เปียกโชกไปด้วยน้ำทะเล มือข้างหนึ่งถือเสื้อที่ถอดกองไว้ก่อนลงน้ำ ส่วนมืออีกข้างที่เหลือ กำของสิ่งหนึ่งไว้แน่น ราวกับกลัวว่ามันจะหลุดหายไปอีกครา แจจุงมองภาพนั้นนิ่ง ภายในใจรู้สึกถึงความดีใจที่เกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นถ้อยคำ ภาพที่อยู่ตรงหน้า.....ยุนโฮ....จริงๆใช่มั๊ย
“ ยุนโฮ...” พูดออกมาเสียงดัง และไม่รีรอที่จะวิ่งเข้าไปสวมกอดร่างสูงนั้นทันที ยุนโฮเองนั้นก็ตกใจเช่นกัน แต่ก็กอดตอบกลับมา หยดน้ำที่เกาะอยู่บนร่างกายเหมือนว่ามันจะเพิ่มขึ้นด้วยตาคู่สวยนี้ของแจจุง
“ ยุนโฮ....นายไปไหนมา......นายหายไปไหนมา.....ทำไมถึงตัวเปียกแบบนี้....ชั้นขอโทษนะ....ฮึก....ชั้นจะไม่วิ่งหนีนายแบบนั้นอีกแล้ว....ชั้นจะฟังเหตุผลนาย....ชั้นขอโทษ...” ร่างบางพูดน้ำเสียงอู้อี้เนื่องจากใบหนืที่ซบอยู่กับอกกว้าง
“ นายขอโทษชั้นทำไมกันแจจุง.....ชั้นต่างหากสิที่จะต้องขอโทษนาย.....ขอโทษนะที่โกหกนาย.....อย่าร้องไห้สิชั้นไม่อยากเห็นนายร้องไห้เลยรู้มั๊ย มันทำให้ชั้นรู้สึกไปไม่ดีเลย” ยุนโฮกล่าวคำขอโทษออกมาจากใจจริงพลางดันร่างบางในอ้อมกอดให้ออกจากตัว มือทั้งสองข้างจับไว้ที่ต้นแขนเรียว ก่อนจะใช้นิ้วโป้งขวาปาดน้ำตาให้
“ ฮึก...ชะ...ชั้นไม่ร้องแล้ว...ฮึก” ร่างบางพยายามกลั้นน้ำตาพูดออกมาก่อนจะยิ้มบางๆให้ร่างสูง ยุนโฮเห็นรอยยิ้มนั้น ก็คว้าเอาข้อมือซ้ายของแจจุงขึ้นมาและบรรจงใส่โซ่เงินที่แทนความรักของเขา....แจจุงมองการกระทำนั้นด้วยสีหน้าอึ้งๆ เขาจำได้ว่าสร้อยเส้นนี้ เขาถอดออกและปาใส่ยุนโฮจนมันตกทะเลไปแล้วไม่ใช่หรอ....แล้วนี่มัน.....
“ อย่าถอดมันอีกนะ....ชั้นขอร้อง.....ชั้นเองก็จะใส่มันไว้ตลอดไปเช่นกัน....นี่ไง” ยุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงและสายตาอ้อนวอน
“ ชั้นจะไม่ถอดมันอีกแล้ว....ชั้นสัญญา” ว่าแล้วน้ำตาที่ถูกปาดไปเมื่อครู่ แต่บัดนี้มันได้ไหลลงมาอีกระลอก ยุนโฮเห็นดังนั้นก็ก้มหน้าลงไปบรรจงจูบซับน้ำตาให้ แจจุงเองก็หลับตารับสัมผัสนั้นด้วยความรู้สึกดี...ตอนนี้เขามียุนโฮอยู่ข้างกายแล้ว......ร่างสูงพรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานก่อนที่จะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มนุ่มนวลและอ่อนหวาน เพียงไม่นานก็ถอนออกมา
“ แจจุง....หัวใจของชั้นและทุกๆอย่างที่เป็นของชั้น.....ตอนนี้มันเป็นของนายแล้วนะ” ร่างพูดออกมาทุกอย่างด้วยใจจริง และมันก็เป็นของแจจุงตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันแล้ว
“ ชั้นรักนายนะ...แล้วนายล่ะ....รักชั้นบ้างรึเปล่า” ร่างสูงเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาที่จ้องมองเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและรักใคร่
“ แล้วนายเป็นใครล่ะ” แจจุงถามกลับแต่พอเห็นสีหน้างงๆของยุนโฮจึงพูดต่อ
“ ก็ถ้านายคือยุนโฮชั้นก็จะบอกว่า ยุนโฮคือคนแรกที่ชั้นมีความรู้สึกดีๆให้และรอคอยอยู่เสมอที่จะได้พบเขา....เป็นความทรงจำที่สวยงามและมีค่าที่สุดถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาไม่มากก็เถอะ....แต่สำหรับยูโนว.....” แจจุงเว้นวรรคในการพูด ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ
“ ชั้นหลงรักคนชื่อนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้” พูดจบ ด้วยความเขินก็เดินหนีไปทางอื่น แต่ก็ต้องหยุดลงด้วยอ้อมกอดจากร่างสูง
“ งั้นชั้นก็ขอเป็นยูโนว ยุนโฮ เป็นทั้งยุนโฮความทรงจำที่สวยงามและมีค่าสำหรับนายและเป็นยูโนว...คนที่นายรัก” พูดพร้อมกับพลิกตัวอีกคนให้หันมาเผชิญหน้า ร่างสูงเลื่อนใบหน้าลงปใกล้หวังจะประทับริมฝีปากลงอีกครา แต่แล้ว.........
จ๊อก~~~~~~~
“5555++++………..” ร่างบางระเบิดหัวเราะออกาทันที เพราะเสียงท้องร้องน่ะมันเป็นเสียงของเขาคนเดียวซะที่ไหนกันล่ะ
“ หัวเราะชั้นหรอ.....แจจุง” ร่างสูงพูดด้วยเสียงเย็นๆ ก่อนจะอุ้มร่างบางยกพาดขึ้นบ่าแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไป
“ อ๊ะ! นายจะทำอะไรน่ะ” แจจุงร้องท้วงทันที มือข้างหนึ่งพยายามยึดกับขอบประตูห้องน้ำ
“ ก็อาบน้ำไงล่ะ.....จะได้ไปกินข้าวกัน” ยุนโฮพูดแบบสะทกสะท้าน
“ นายก็อาบไปคนเดียวเซ่!” แจจุงเริ่มทุบหลังยุนโฮ
“ ไม่ได้หรอก....นายต้องช่วยชั้นถูหลัง” แล้วยุนโฮก็ยื่นฟองน้ำรูปหมีให้ แจจุงทำหน้าเบ้ๆเหมือนงอนๆแต่ก็ยอมรับถูหลังให้แต่โดยดี
“ นี่....ชั้นควรจะเรียกชื่อไหนของนายดี” จู่ๆแจจุงก็เอ่ยถามขึ้น
“ ก็แล้วแต่นายเถอะ.....เพราะไม่ว่าชื่อไหน ชั้นก็ยังเป็นชั้นอยู่ดี”


















