Title :: [Re-Fic] ::*:: My childhood ::*::
Chapter :: 7
Paring :: YunJae , YooSu
Story by :: k-chan and zodaUzeed
-7-
12.30 น. ตึกคหกรรม
แจจุงเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าตึกก่อนจะมองขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้า
‘ เพราะถ้าน้องแจจุงไม่มาพี่ไม่รับรองนะว่าน้องแจจุงกับไอ้เด็กใหม่นั่นจะอยู่ในโรงเรียนนี้ได้อย่างสงบสุข ’
- - ไม่สิ เราทำเพื่อตัวเราเอง ไม่ใช่เพื่อคนโกหกคนนั้น - -
เพียงแค่คิดถึงหน้ายูโนวน้ำตาก็พาลจะไหลลงมา แจจุงรีบปาดน้ำตาที่กำลังคลออยู่เต็มที่เบ้าตาก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นดาดฟ้า
………………………..
………………………………………..
“ ไอ้มิน...เย็นนี้ไปร้องเกะกันเถอะว่ะ ” คังอินพูดขึ้นในขณะที่ทั้งเขา ชางมิน ซองมิน และคิบอมกำลังเดินลงมาจากตึกเรียนเพื่อที่จะไปยังโรงอาหาร
“ เออใช่ๆ ...วันนี่วันศุกร์แล้วนะเว้ย ” ซองมินพูดเสริมอีกคน
“ ไม่ว่ะ..ชั้นขี้เกียจ”ชางมินตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินนำหน้าไป เมื่อทั้งหมดเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงอาหารเสียงของคิบอมก็ดังขึ้น
“เฮ้ย!..นั้นน้องแจจุงของไอ้ยูโนวมันนี่หว่า..ขึ้นไปที่ตึกคหกรรมตอนนี้ทำไมกันน้า”
“ ก็คงจะขึ้นไปทำคุกกี้ไม่ก็เค้กให้พี่ยูโนวยังไงล่ะ ” ซองมินแกล้งบีบเสียงหวานยกมือขึ้นประสานกัน ทำท่าเหมือนเพ้อฝัน
“ ตอเชียวนะเมิง ” ชางมินต่อว่า
“ เออว่าแต่ไอ้ยูโนวมันไปไหนวะ...เมื่อเช้าก็เห็นอยู่แมบๆพอบอกว่าจะไปหาเพื่อนก็หายไปเลย ” คังอินพูดอย่างสงสัย
“ เออ...ยังงัยซะยูโนวมันก็ไม่มีทางนอกใจน้องแจจุงได้หรอก...แต่ว่าตอนนี้เมื่อไหร่เราจะเข้าไปข้างในกันซักทีฟร่ะ ตูหิวแระ ” ซองมินพูดขึ้นหลังจากนั้นทั้งหมดก็พากันเดินเข้าโรงอาหารไปโดยไม่ได้เอะใจอะไรอีก ในขณะเดียวกัน ซีวอนคู่ซี้ของเรนก็เดินลงมาจากตึกคหกรรมพร้อมกับที่แจจุงเดินขึ้นไปนั่นแหละเพียงแต่ลงมาจากอีกด้านหนึ่งของตึกซึ่งไม่มีใครเห็น นอกจาก......
“ ซีอ่ะ..มาช้า ” เรลล่า(ฮีชอล)บ่นพลางทำแก้มป่องน่ารัก(อิอิ)
“โธ่...ถึงมาช้าก็ยังดีกว่าไม่มานะจ๊ะ ไหน..เรลล่าสุดที่รักขอพี่ซีวอนหอมแก้มให้ชื่นใจซักฟอดซิจ๊ะ ” ซีวอนพูดพลางเอาหน้าหล่อๆเข้าไปใกล้ๆฮีชอล
“ ตัวอ่ะ..บ้า ” ฮีชอลว่าแก้เขินแล้วก็รีบลุกขึ้นเดินไปยังโรงอาหารทันที
“ อ่าว...เรลล่ารอพี่ด้วยสิคร้าบบบ ” ซีวอนบ้าไปแร้ว 55++
..........................................
..................................................................
~ บนดาดฟ้า ณ ตึกคหกรรม~
เรนยังคงนั่งรอแจจุงอยู่อย่างเบื่อหน่าย แต่แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู
แอ็ดดดดด........
“ พี่คิดอยู่แล้วเชียวว่าน้องแจจุงจะต้องมา ” เรนพูดด้วยรอยยิ้มอันตราย
“ ชั้นมาที่นี่แล้ว มีอะไรจะพูดก็รีบๆพูดมา ” แจจุงพูดอย่างเด็ดขาดออกไป
“ งั้นพี่ก็จะไม่อ้อมค้อมล่ะ ” ทันทีที่เรนพูดจบก็ปราดตัวเข้ามาประชิดตัวแจจุงทันที แจจุงที่ยังไม่ทันจะตั้งตัวจึงพลาดท่าให้
“ นาย จะทำไรน่ะ ” แจจุงถามขึ้นด้วยความตกใจ
“ น้องแจจุงเองก็เรียนเก่งนะ...แต่ทำไมไม่ค่อยฉลาดเอาซะเลย ที่พี่เรียกมาบนชั้นดาดฟ้า ที่ๆเงียบไม่มีคนแบบนี้น่ะ คิดว่าพี่จะทำอะไรล่ะ ”เรนพูดพลางไซร้ไปที่ซอกคอขาวของแจจุงก่อนจะขบเม้มมันจนเกิดเป็นรอยแดง
“ อ๊ะ...ยะ..อย่านะ ช่วยด้วย!!! ” แจจุงทั้งขัดทั้งขืนเมื่อตอนนี้เรนเริ่มนำมือสากสอดเข้าไปใต้เสื้อนักเรียนก่อนจะนำมือออกมาแล้วกระชากเสื้อนักเรียนออกจนรังดุมหลุดไปตามๆกัน หลังจากนั้นเขาก็ผลักร่างแจจุงลงไปนอนกับพื้นทันทีพ้อมกับร่างของเรนที่คร่อมตามลงมาทันที
“ ฮึก อย่านะ...นายจะทำอะไรกับชั้นยังไงก็ได้ ฮึก..แต่ขอร้องนายอย่าทำแบบนี้กับชั้นเลยนะฮึก...” แจจุงพูดทั้งน้ำตานองหน้า เรนจ้องมองร่างที่ขาวดั่งหิมะก่อนจะพูดขึ้น
“ ขอโทษนะน้องแจจุงพอดีพี่มันพวกที่ไม่ชอบปล่อยให้ของดีหลุดมือไปได้ง่ายๆซะด้วยสิ ” ทันทีที่เรนพูดจบเขาก็ประกบปากเข้ากับปากของแจจุง ทำให้แจจุงไม่สามารถส่งเสียงร้องได้อีกต่อไป แจจุงพยายามดิ้นรนขัดขืนและทำทุกวิถีทางที่สามารถทำได้ในขณะนั้น แต่มันก็ไม่ได้ผลเอาเสียเลย ในเมื่อคนที่อยู่ด้านบนนั้น มีแรงเยอะกว่าเขามากมายนัก
“ อือ.......อะ...อ่า....อ๊ะ......อี๊.. ” แจจุงพยายามส่งสียงร้องออกมาแต่นั่นก็เหมือนกับเขาได้เปิดโอกาสให้เรนส่งลิ้นชื้นแฉะเข้าไปในช่องปากนั้น...ดุนดัน...พัวพัน....เกี่ยวกวัดกับลิ้นของเขาอย่างกับสัตว์ป่ากระหายเลือด มือทั้งสองยังคงทำหน้ากันอย่างสมัครสมานสามัคคี ลูบไล้อยู่บนเนินอกบาง ลากไล้ลงมาอย่างเบามือเหมือนจะค่อยๆสร้างอารมณ์ให้กับคนด้านล่าง ไล้ลงมาจนถึงสะดือ....ท้องน้อยที่แบนราบ ....ต่ำลงมาเรื่อยจนกระทั่งมือใหญ่กอบกุมส่วนนั้น จนทำให้ร่างบางถึงกับสะดุ้งเฮือก...รูดขึ้นลงเบาๆเพียงไม่นานนักมือใหญ่นั้นก็คลายออก....เพื่อถอดกางเกงนักเรียนที่ร่างบางสวมใส่ ถอดมันออกจนหมดไม่เหลือเลยสักชิ้น....เผยให้เห็นส่วนนั้นของคนด้านล่างที่ตอนนี้ชูชันอยู่เนื่องจากอารมณ์ที่ถูกปลุกเมื่อครู่ ส่วนแจจุงนั้นตอนนี้ทั้งหัวเขาแทบขาวโพลนไปหมด เขานึกถึงเพียงแค่คนๆเดียวเท่านั้น แต่เมื่อนึกถึงคนๆนั้นแล้วความน้อยใจบวกกับความผิดหวังก็ประดังประเดเข้ามา
- - ขนาดเวลาที่เราถูกทำแบบนี้ เขายังไม่สามารถมาช่วยเราได้เลย - -
เมื่อคิดได้อย่างนั้นแจจุงก็ปล่อยเรี่ยวแรงที่ขัดขืนทั้งหมดลงทันที เขาปล่อยให้คนบนร่างเขานั้นทำกับเขาได้ตามความใคร่เท่าทีมี ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกว่าจะพอ
.....................................
..............................................................
“ นี่ๆยุนโฮ อันนี้น่ารักม่ะ ” จุนซูชี้หมวกมิกกี้ เมาส์ให้ยุนโฮดู
“ นายนี่ไม่รู้จักโตเลยจริงๆ ” ยุนโฮพูดพลางส่ายหัว
“ โธ่ ยุนอ่ะ อ๊ะนั่นตู้สติกเกอร์นี่นา ไปกันเถอะป่ะ ” จุนซูพูดจบก็ลากยุนโอไปที่ตู้ถ่ายรูปสติกเกอร์ตรงหน้าทันที
“ อ๊า...รุปออกมาแล้ว ” จุนซูพูดขึ้นทันทีที่รุปถูกปริ้นท์ออกมา ส่วนยุนโฮนั้นก็ได้แต่อมยิ้มกับความน่ารักของร่างตรงหน้าแต่ถึงยังไงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจุนซูก็ไม่มีทางเกินกว่าคำว่าพี่ชาย น้องชายได้ ในเมื่อตัวเขาเองก็มีคนที่รักมากๆอยู่แล้ว เมื่อนึกถึงแจจุงยุนโฮก็ยิ้มกับตัวเองจนแก้มแทบปริ
“ ยุนโฮ ยุน ยูโนว ชอง ยุนโฮ!! ”
“ ห๊ะๆ อะไรหรอจุนซู ” ยุนโฮสะดุ้งกับเสียงของจุนซูก่อนจะตื่นจากภวังค์
“ ชั้นเรียกนายตั้งนาน เหม่ออะไรอยู่ก็ไม่รู้ ” จุนซูต่อว่า
“ อ่อ เปล่าหรอก เอออนี่จุนซูแล้วเมื่อไหร่นายจะกลับล่ะนี่ก็เริ่มเย็นแล้วนะ ” ยุนโฮพูดพลางมองนาฬิกาที่ข้อมือของตน
“ อืม กลับเลยก็ดีเหมือนกันงั้นนายไปส่งชั้นที่โรงแรมGrand Korea ทีละกัน ชั้นพักที่นั่นล่ะ ”
“อืม ได้ ไปกันเหอะ ” ยุนโฮตอบก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปพร้อมกัน
......................................
............................................................
หลังจากที่ยุนโฮส่งจุนซูกลับเข้าโรงแรมที่พักแล้วนั้นเขาก็รีบกลับมาที่โรงเรียนทันทีเพื่อที่จะมาเอากระเป๋า
“ อ่าว..เฮ้ย!ยูโนวหายหัวไปไหนทั้งวันว่ะ ” คิบอมพูดขึ้นทันทีที่เดินลงมาจากตึกเรียนแล้วเจอยุนโฮ
“ ไปทำธุระมาน่ะ...โทษทีที่ไม่ได้บอก ” ยุนโฮตอบพลางเอามือลูบท้ายทอยตนเอง
“ เออๆๆ..แล้วนี่จะกลับมาเอากระเป๋าใช่ม่ะ...พวกชั้นเอาลงมาให้แล้วนะอยู่ที่ล็อกเกอร์น่ะ ” คังอินพูด
“ เออนี่..ยูโนวกินเพื่อพวกชั้นด้วยนะเว้ย ” ซองมินพูดขึ้นทำให้ยูโนวทำสีหน้าสงสัยกลับมาทันที
“ ก็ แหม วันนี่พวกชั้นเห็นน้องแจจุงขึ้นไปบนตึกคหกรรมตั้งแต่เที่ยงวันไม่บอกก็รู้ว่าต้องแอบไปทำอะไรให้แกกินแหงๆ ” ซองมินพูดต่อ
“ สงสัยชั้นคงต้องรีบกลับบ้านแล้วสิ...งั้นชั้นขอตัวก่อนละกัน เจอกันวันจันทร์นะ ”
ยูโนวพูดแล้วก้อวิ่งเข้าไปในตึกเรียนทันที ทิ้งให้เพื่อนทั้งสี่ส่ายหน้ากับความเป็นเด็กของยูโนวที่บางครั้งเจ้าตัวก็จะแสดงออกมาให้เห็น เมื่อยูโนวเดินมาถึงล็อกเกอร์เขาก็พบกับมิกกี้
“ อ่าวมิกกี้ยังไม่กลับหรอ ” ยูโนวถาม
“ พอดีชั้นเพิ่งซ้อมบาสเสร็จน่ะนายล่ะ ” มิกกี้ถามกลับ
“ ชั้นก็กลับมาเอากระเป๋านั่นแหละ เออแล้วแจจุงล่ะ ” ยูโนวพูดพลางชะเง้อคอมอง
“ ไม่ต้องหาหรอก เจ้านั่นน่ะกลับบ้านไปตั้งแต่ครึ่งวันและ เห็นบอกว่าปวดหัวไม่สบาย ”
“ เขาบอกกับนายอย่างนั้นหรอ ”ยุนโฮถามต่อ เขาเริ่มคิดว่ามันชักจะยังไงๆแล้วสิ
“ ก็ป่าวหรอก...ชั้นขึ้นมาจากโรงอาหารก็เจอจดหมายที่เจ้านั่นเขียนไว้ให้น่ะ เออ ยูโนวงั้นชั้นกลับก่อนแล้วกัน..ฝากดูแลแจจุงด้วยนะ ” มิกกี้พูดจบก็เดินกลับบ้านทันที ยูโนวรีบเอากระเป๋าแล้วเดินออกจากตึกเรียนทันที เมื่อเขาเดินออกมาได้สักพักเขาก็ได้ยินเสียงคนคุยกันมาจากทางด้านหลังของเขา และเมื่อหันกลับไปก็ต้องพบกับพวกของเรน ยูโนวรีบหลบที่หลังต้นไม้ใหญ่ทันที
“ เฮ้ย! ..น้องแจจุงเป็นไงบ้างวะ เด็ดม่ะ ถ้าเด็ดวันหลังพวกชั้นจะได้ลอง 55++ ” เสียงเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะ
“ เฮ้ออ..เหนื่อยเป็นบ้าเลยว่ะ ไม่คิดเลยว่าน้องแจจุงจะร้องแรงได้ขนาดนั้นหึๆ ” เรนพูดขึ้นพร้อมกับเสียงโห่เกรียวกราวของเพื่อนๆในกลุ่ม แล้วทั้งหมดนั้นก็เริ่มเดินออกไปจากโรงเรียน สิ่งที่ได้ยินมาทั้งหมดนั้นทำเอาคนฟังแทบเข่าอ่อน ยูโนวรีบวิ่งไปที่ตึกคหกรรมทันที
- - ขออย่าให้เป็นอย่างทีคิดไว้เลยนะ - -
เมื่อยูโนวมาถึงที่ตึกคหกรรมแล้วนั้นเขาก็รีบวิ่งขึ้นตัวตึกทันที เขาวิ่งไปที่ห้องอบขนมเพื่อที่ว่าแจจุงอาจจะอยู่ในห้องนั้นหากแต่ไร้ผู้คน เขาจึงวิ่งต่อไปเรื่อยๆทีละชั้นๆจนกระทั่งถึงชั้นดาดฟ้าเมื่อเห็นว่าประตูเปิดอยู่เขาจึงไม่รีรอที่จะผลักประตูเข้าไปและเมื่อเข้าไปที่ชั้นดาดฟ้าแล้วนั้นภาพตรงหน้าก็แทบจะทำให้เขาล้มทั้งยืน เมื่อแจจุงคนที่เค้ารักสุดหัวใจอยู่ในสภาพที่โทรมที่สุด เสื้อผ้าชุดนักเรียนที่ขาดรุ่ย ผิวละเอียดที่ขาวใสราวกับหิมะ บัดนี้กลับมีแต่รอยแดงเต็มไปหมด ริมฝีปากอันอวบอิ่มที่เค้าคอยทะนุถนอมตอนนี้กลับบวมช้ำ ตาที่บวมแดงบ่งบอกให้รู้ว่าร่างที่อยู่ตรงหน้านั้นผ่านการร้องไห้มามากเพียงใด ยูโนวรีบเดินตรงไปยังร่างบางทันทีแต่เมื่อพบกับสายตาอันว่างเปล่าของแจจุงที่มองมาทางเค้าแล้วนั้นก็แทบใจหาย ภาพที่อยู่ในดวงตากลมโตนั้นเสมือนกับว่าไม่มีเค้าอยู่ตรงหน้า
“ แจจุง... ” ยูโนวลองเรียกแต่อีกฝ่ายก็กลับเมินเฉย
“ แจจุง...นายไม่เป็นไรนะ ” ยูโนวยังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงเว้าวอน
“................................................”
“ แจจุงกลับบ้านกันเถอะนะ ” ยูโนวพูดพลางโอบเอวร่างบางเพื่อที่จะช่วยพยุงขึ้นหากแต่แจจุงก็ปัดมือหนานั้นออกจากเอวของตนก่อนจะหันมาสบตากับยูโนว น้ำตาจากตาคู่สวยทั้งสองข้างไหลลงมาไม่หยุด ตอนนี้คนที่เค้าไม่อยากเจอมากที่สุดก็คือคนตรงหน้า ยูโนวที่เหมือนกับว่าจะอ่านความหมายจากตาคู่สวยนั้นออกแต่เขาก็ไม่ได้ถอยห่างจากแจจุงหากแต่นำวงแขนทั้งสองข้างโอบรอบตัวแจจุงไว้
“ ฮึก ...ไปให้พ้นนะ..ฮึก..คนโกหก...นายก็เหมือนกับผู้ชายพวกนั้นแหละ..ฮึกที่ดีแต่พูด...” แจจุงขัดขืนอ้อมกอดของยูโนวพลางพูดตัดพ้อ ถึงแม้ลึกๆแล้วเค้าจะต้องการอ้อมกอดนี้มากเพียงใดก็ตาม
“ ไม่แจจุง...ชั้นจะไม่ทิ้งนายไปไหน..ถึงนายจะว่าชั้นยังไงก็ตามที ชั้นก็จะกอดนายไว้แบบนี้...นายเข้าใจมั้ยแจจุง ” ไร้การตอบโต้ใดๆกลับมาจากแจจุงมีแต่เพียงเสียงสะอื้นที่ดังขึ้นเท่านั้น ยูโนวกระชับอ้อมกอดให้ศีรษะของแจจุงซบลงที่อกของเขาก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ
“ แจจุง..ชั้นขอโทษ..ชั้นขอโทษที่มาช่วยนายไว้ไม่ได้...ชั้นมันไม่ได้เรื่อง..ชั้นมันเลวที่สุด..ชั้นขอโทษ..ชั้นขอโทษแจจุง............ ” คนหนึ่งที่กำลังร้องไห้อย่างหนัก หากแต่อยู่ในอ้อมกอดของอีกคนที่ยังคงพร่ำคำขอโทษไม่หยุด จนกระทั่งปอยฝนได้เริ่มตกลงมาและได้กลายเป็นฝนห่าใหญ่ทั้งสองก็ยังคงอยู่ในท่าเดิมไม่มีใครขยับเขยื้อนใดๆทั้งสิ้น จนเวลาผ่านไปสักพัก ยูโนวจึงเอ่ยขึ้น
“ กลับบ้านกันเถอะนะแจจุง....เดี๋ยวนายจะไม่สบายเอา...นะ” ยูโนวพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น พูดขึ้นทั้งๆที่ยังกอดกันอยู่อย่างนั้น แจจุงผละตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของยูโนว และมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น สายตาของทั้งคู่ที่จ้องมองกันทำให้แจจุงรู้ได้บ้างว่า ยูโนวนั้นเป็นห่วงเค้ามากแค่ไหน...
“ ไหวมั๊ย....ขี่หลังชั้นไปดีกว่านะ ” ยูโนวพูดพลางปาดน้ำตาบนใบหน้าของแจจุงก่อนที่จะลุกขึ้น หันหลังแล้วนั่งลงยองๆอีกครั้ง เพื่อให้ร่างบางขี่หลังเขาได้ แจจุงไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋านักเรียนของตนเองและของยูโนวมาถือ ก่อนที่จะล้มตัวเองไปที่หลังของร่างสูง จากนั้นยูโนวจึงค่อยๆยืนขึ้นและเดินแบกคนร่างบางกลับบ้านท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย ระหว่างทางที่เดินกลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกจากปากคนทั้งคู่เลย ไม่รู้ว่าใช้เวลาไปนานเท่าไรในการเดินจากโรงเรียนถึงบ้าน ร่างสูงยังคงแบกแจจุงไปเรื่อยๆขึ้นบันไดบ้าน แบกไปส่งจนถึงในห้อง
“ แจจุง....นายรีบอาบน้ำนะ.....ตากฝนมาแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอา....อ่ะนี่...ผ้าเช็ดตัว....” ยูโนวบอกกับแจจุงทันทีที่ปล่อยให้ลงจากหลังของตนแล้วเดินไปที่ตู้เพื่อหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาให้ พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นกำลังใจกับคนตรงหน้า
“ ขอบใจนะ” ตอบกลับมาพลางยื่นมือมารับผ้าในมือ
“ นายใช้ห้องน้ำในห้องเนี่ยแหละนะ....เดี๋ยวชั้นลงไปใช้ห้องน้ำข้างล่างเอง” พูดจบก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวของตนบ้างแล้วเดินออกไปจากห้อง แต่ก่อนออกยูโนวก็ยังคงหันมาส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้แจจุงอีกรอบและครั้งนี้ก็สื่อความหมายได้ว่า – ชั้นจะอยู่เคียงข้างนายตลอดไป –
.....................................
...............................................................
เวลาผ่านไปสักพัก ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำชั้นล่างด้วยผ้าเช็ดตัวที่ปิดไว้เพียงท่อนล่างเท่านั้น ที่ผมมีหยดน้ำเล็กๆเกาะอยู่ เนื่องจากผมที่ถูกสระไปเมื่อครู่ ร่างสูงเดินเข้าไปที่ห้องครัวเพื่อที่จะหานมอุ่นๆให้แจจุงได้ดื่มก่อนนอน เมื่อได้แล้ว เขาจึงเดินถือแก้วนมขึ้นไปยังห้องนอนอย่างใจเย็น พยายามข่มความคิดไม่ให้นึกถึงไอ้คนที่มันทำร้ายแจจุง....เพราะตอนนี้เขาอยู่ข้างๆแจจุงให้มากที่สุด ไม่อยากให้แจจุงต้องอยู่คนเดียว.....ถึงหน้าห้องก็เปิดประตูเข้าไป ห้องนอนยังคงว่าเปล่าไม่มีแม้แต่เงาของร่างบาง
- - ยังอาบน้ำไม่เสร็จอีกหรอเนี่ย นี่มันผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะ - -
ร่างสูงเดินเอาแก้วนมไปวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ
ก๊อกๆก๊อกๆ
“ แจจุง....แจจุงนายยังอาบน้ำไม่เสร็จอีกหรอ” ร่างสูงลองเคาะประตูเรียกดูแต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ
“ .............................” ความเงียบ แจจุงไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ยูโนวจึงเอาหูแนบกับประตูห้องน้ำ และเสียงที่ได้ยินลอดกลับมาก็มีแค่เพียง
ซ่า......ซ่า......ซ่า......เสียงน้ำจากฝักบัวที่ตกลงมากระทบกับพื้นเท่านั้น
“ แจจุง...นายเป็นอะไรรึเปล่า....ตอบหน่อยสิ” ด้วยความเป็นห่วงและกังวลใจที่แจจุงไม่ยอมตอบเขา จึงเอ่ยปากเรียกอีก...แต่คำตอบที่ได้กลับมายังคงเป็นเช่นเดิม
“ ............................” ความเงียบและเสียงน้ำจากฝักบัวเท่านั้น ร่างสูงเองก็ชักใจไม่ดีขึ้นมา กลัวว่าร่างบางจะเป็นอะไรไป ลองบิดลูกบิดประตูห้องน้ำ ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อก ไม่รีรอและไม่ต้องลองเคาะอีกรอบแล้ว ร่างสูงรีบผลักประตูเข้าไปทันทีภาพที่เห็นตรงหน้า มันทำให้เขานิ่งไปชั่วขณะ....ภาพของแจจุงที่นั่งอยู่ที่พื้นห้องน้ำ....เปลือยท่อนบนมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ปกคลุมท่อนล่างเอาไว้เช่นเดียวกับเขา ฝักบัวยังคงถูกแขวนไว้ที่เดิม มีเพียงน้ำที่พุ่งออกมาจากฝักบัวอย่างไม่ขาดสาย ตกลงสู่ศรีษะและร่างกายของแจจุง สายตาที่เหม่อลอยและว่างเปล่า มือข้างหนึ่งกำใยขัดตัวไว้แน่น...ถูไปมาบนร่างกายของตนทุกที่ที่มีรอยแดงนั่นปรากฏอยู่ ถูจนรอยแดงนั้นถูกแทนที่ด้วยรอยถลอก
“ แจจุง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!.............................นายทำอะไรน่ะ” ยูโนวรีบปราดเข้ามาทันทีที่ตั้งสติได้ เขาดึงมือของแจจุงที่พยายามขัดรอยแดงนั้นออก และพยายามมองลึกไปในดวงตาคู่นั้น...แต่สิ่งที่มองเห็นได้คือความว่างเปล่า
“ ก็....ทำความสะอาดไง....ตอนนี้ร่างกายของชั้นมันสกปรก....ชั้นต้องทำความสะอาดมัน ”


















