Title :: [Re-Fic] ::*:: My childhood ::*::
Chapter :: 8
Paring :: YunJae , YooSu
Story by :: k-chan and zodaUzeed
-8-
“ ก็...ทำความสะอาดไง...ร่างกายชั้นมันสกปรกชั้นต้องทำความสะอาดมัน” แจจุงพูดทั้งๆที่มือก็ยังคงขัดตัวไปเรื่อยๆ
“ แจจุง.......” ยูโนวเอ่ยเสียงเรียก แจจุงเงยหน้าขึ้นมามองยูโนวอีกครั้ง ยูโนวจ้องเข้าไปในสายตาคู่นั้น สายตาของทั้งคู่ยังคงจับจ้องกันอยู่ตลอด ยูโนวเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้แจจุงมากขึ้นๆจนกระทั่งริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน
“ ยะ...ยูโนว” แจจุงขัดขืนด้วยเสียงสั่นๆ
“ แจจุง...ชั้นจะลบรอยทั้งหมดให้นายเอง” ทันทีที่ยูโนวพูดจบเขาก็นำริมฝีปากชิดกับริมฝีปากของร่างบางทันที ลิ้นชื้นๆของยูโนวสัมผัสที่ริมฝีปากล่างของร่างบางเป็นการเบิกทางให้เขาได้รุกล้ำมากกว่านี้ ทันทีที่ร่างบางเผยอปากยูโนวก็ส่งลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดด้วยทันที ลิ้นของทั้งสองพัวพันกันเนิ่นนานสักพักยูโนวก็ถอนริมฝีปากออกก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นแล้วเดินออจากห้องน้ำแล้วตรงไปสู่เตียงกว้าง หลังจากที่ยูโนววางร่างบางลงบนเตียงแล้วเขาก็ขึ้นคร่อมร่างบางทันที ทั้งคู่เริ่มจูบกันอย่างดูดดื่มอีกครั้ง มือทั้งสองข้างของเขาค่อยๆลูบไล้ไปตามผิวสวยที่ตอนนี้มีแต่รอยแดงเป็นจ้ำๆก่อนที่จะกระตุกผ้าเช็ดตัวที่ห่อหุ้มด้างล่างของร่างบางและของตนออก แจจุงสะดุ้งทันทีก่อนจะพูดด้วยเสียงสั่นๆ
“ยูโนว...ชั้น..กลัว”
“ ไม่ต้องกลัวนะแจจุง” ยูโนวพูดด้วยเสียงอันอบอุ่นก่อนจะนำมือของตนไปสัมผัสส่วนที่อ่อนไหวของร่างบางแล้วค่อยๆรูดมันขึ้นลงช้า
“อ๊ะ..ยะ ...อย่า ทำ แบบ ห๊ะ..นั้น” แจจุงพูดด้วยเสียงกระเส่าแต่ยูโนวก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นเขาค่อยๆเลื่อนตัวลงมาก่อนจะครอบครองส่วนอ่อนไหวของร่างบางนั้นด้วยปากของเขา
“อ๊า...อ๊ะ ยะ ยูโนว...”ยิ่งยูโนวเริ่มเร่งจังหวะขึ้น ร่างบางก็ยิ่งควบคุมอารมณ์ของตนไม่อยู่ แต่แล้วจู่ๆยูโนวก็หยุดการกระทำต่างๆลงก่อนจะเลื่อนตัวขึ้นมามองใบหน้าของร่างบาง
“ ยะ..ยูโนว ช่วยชั้นที” ร่างบางพูดแกมขอร้องน้ำตาจากตาคู่สวยเริ่มไหลลงมา ยูโนวจูบซับน้ำตาที่ไหลลงมาจนหมดก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ แจจุง.....เป็นของชั้นนะ” แจจุงไม่ได้ตอบอะไร ยูโนวค่อยๆแยกขาเรียวออกก่อนจะค่อยๆดันแกนกานอันแข็งแกร่งของตนเข้าไปทางช่องทางด้านหลังของแจจุง
“อ๊า...จะ..เจ็บ...”แจจุงร้องออกมาเสียงดัง ยูโนวค่อยๆจูบซับน้ำตาที่ไหลลงมาก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากได้รูปแล้วจูบอย่างดูดดื่มเพื่อให้ร่างบางคล้อยไปตามอารมณ์
“อ๊ะ...อ๊า....”เสียงครางประสานกันของทั้งคู่เมื่อถึงขีดสุด ยูโนวค่อยๆถอนกายออกก่อนจะจูบลงที่กลางหน้าผากแจจุงที่ตอนนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้วก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ มือข้างหนึ่งคว้าเอวบางของแจจุงไว้แล้วดึงเข้ามาให้แจจุงนอนซบลงบนอกแกร่งของเขา แจจุงเองก็นอนกอดตอบกลับไปเช่นกัน
“ยูโนว....”เสียงของแจจุงดังขึ้นอย่างเพลียๆ
“หือ......”
“ อย่าทิ้งชั้นไปไหนนะ....ยูโนว”แจจุงพูดด้วยเสียงสั่นเครือ หยดน้ำที่แผงอกแกร่งบ่งบอกได้อย่างดีว่าร่างบางกำลังร้องไห้ ยูโนวกระชับอ้อมกอดขึ้นก่อนจะพูด
“ไม่แจจุง.....ชั้นจะไม่มีวันทิ้งนายไปไหน...ชั้นสัญญา”ยูโนวพูดจบก็จูบลงที่ผมสวยของร่างบาง
“นอนเถอะนะ....แจจุง”
“อืม...ฝันดีนะยูโนว”
“ ฝันดีนะแจจุง” แล้วทั้งคู่ก็เข้าสู่ห้วงนิทราในอ้อมกอดของกันละกัน
...................................................
.................................................................................
ในห้องนอนลูกชายคนเดียวของบ้านตระกูลคิม ร่างสองร่างที่นอนเบียดเสียดกันอยู่บนเตียงกว้าง ร่างสูงที่นอนโอบกอดร่างบ่างอยู่นั้นเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา เขากระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับแสง เมื่อเข้าที่แล้วเขาจึงก้มลงมองร่างบางที่นอนอยู่ภายในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าขาวเนียนราวกับหิมะ ใบหน้านี้ที่เขาเคยเห็นในตอนเด็ก และจดจำได้ดีตลอดมา ใบหน้านี้ที่เขาไม่ต้องการให้ใครแตะต้องได้ และไม่ต้องการให้มีน้ำตาสักหยดต้องแปะเปื้อนบนใบหน้านี้เลย เมื่อเขาคิดไปดังนั้นทำให้ต้องรู้สึกเจ็บแค้นขึ้นมาทันที แค้นคนที่มันทำร้ายคนที่เขารักสุดหัวใจคนที่เขาไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่มี…แจจุงอยู่ข้างกาย.....สองมือค่อยๆถอนออกจากร่างบาง...เปิดผ้าขึ้นขาทั้งสองข้างค่อยๆลงจากเตียงแล้วหันมากระชับผ้าห่มให้กับร่างบางตามเดิม ก่อนที่จะเดินหาเสื้อผ้ามาใส่แล้วเดินออกจากบ้านไป....ไปเอาเลือดที่หัวของคนที่มันกล้าทำร้ายแจจุง
………………
…………………………..
“ เป็นไงสำเร็จมั๊ย ” เสียงร้ายๆดังขึ้น
“ โธ่...ระดับนี้แล้ว...เรนซะอย่าง...ตั้งแต่เที่ยงยันเย็น...เฮ้อ...เหนื่อยชะมัด” คนที่ได้ชื่อว่าเรนตอบกลับอย่างภาคภูมิ
“ เออ....ว่าแต่นายเถอะ...จะเอาไงต่อไป” เรนถามขึ้นอีกรอบ
“ ชั้นมีแผนของชั้นละกันน่า นายไม่ต้องรู้หรอก” เสียงนั้นตอบกลับมาพูดจบก็ลุกขึ้นและเดินออกไปจากโต๊ะทันที
“ แล้วนายจะไปไหนน่ะ” เรนถามเมื่อเห็นว่าคนๆนั้นกำลังลุกเดินออกไป
“ ถ้าสิ่งที่ชั้นคิดเอาไว้มันไม่ผิด อีกไม่นานยูโนวก็คงจะมาที่นี่” คนนั้นหยุดเดินแล้วหันมาตอบก่อนที่จะเดินต่อ ไปนั่งยังมุมหนึ่งของร้านโดยที่ถ้าไม่มีใครสังเกตก็ไม่สามารถมองเห็นได้
.....................................
.......................................................
ยูโนวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าผับแห่งหนึ่ง หลังจากที่โทรไปถามกับคังอินว่า สถานที่ที่พวกเรนไปเป็นประจำมันที่ไหน เมื่อได้รู้คำตอบแล้ว เขาก็รีบมาทันที ร่างสูงของยูโนวเดินก้าวเข้าไปในร้าน กวาดสายตาไปทั่วบริเวณ เพื่อมองหาเพียงคนๆเดียวและเขาก็เจอ....ไม่รอช้าร่างสูงรีบตรงไปยังโต๊ะที่มีเรนนั่งดื่มเหล้าอย่างสบายอารมณ์ กับเพื่อนๆของมันอีก3-4คน ทันทีที่ถึงตัว ยูโนวกระชากคอเสื้อของเรนและปล่อยหมัดหนักลงไปที่มุมปากจนทำให้เรนถึงกับเซล้มลงไปที่เก้าอี้นั่ง
“ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” ตามด้วยเสียงกรีดร้องของลูกค้าในผับที่ส่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ...และก็ยังมีอีกคู่หนึ่งที่.....
“ เรลล่าจ๊ะ...ปิดตานะปิดตา...ห้ามดูนะ” ซีวอนที่เป็นห่วงเรลล่าเหลือเกิน(ติ๊งต๊องมากกว่า) ใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวร่างบางของเรลล่าเอามาแนบชิดกับตัว แล้วใช้มือที่เหลืออีกข้างปิดตาร่างบางเอาไว้
“ โธ่เอ๊ย!!....นึกว่าใคร....ที่แท้ก็ไอเด็กใหม่ที่ชอบใช้ของเหลือเดนจากกูนี่เอง...555...ตุบ” เมื่อคำพูดของเรนดังขึ้นกระทบโสตประสาตของยูโนว....มือข้างที่เพิ่งออกหมัดไปเมื่อครู่...ก็ถูกปล่อยไปอีกครั้งหนึ่งตรงที่เดิม
“ ไอยูโนว...เมิงต่อยกู2ครั้งแล้วนะเว้ย” เรนพูดด้วยเสียงที่เริ่มโมโห
“ แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับการกระทำชั่วๆของแก” พูดจบร่างสูงก็พุ่งเข้าไปต่อยอีกแบบไม่ยั้ง ทั้งคู่พลัดกันออกหมัดอย่างไม่มีใครยอมใคร และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดส่วนลูกค้าคนอื่นๆในร้านก็ช่วยกันเชียร์อย่างสนุกสนาน ราวกับว่าเป็นมวยคู่เอก
+
+
+
“ไอ้พวกบ้าเอ๊ย....ยืนดูกันอยู่ได้มาช่วยกูหน่อยดิวะ...ไอ้ซี...เรื่องสวีทกับเมียเมิงเอาไว้ทีหลัง...ตอนนี้มาช่วยกูก่อน” เรนที่เริ่มจะหมดแรงและรู้ว่าจะสู้ร่างสูงไม่ได้แล้วจึงตะโกนเรียกลูกน้องและเพื่อนของตน
“ เรลล่าจ๊ะ....ไปรอซีข้างบน...ห้องเดิมนะจ๊ะ...เดี๋ยวซีตามไป” พูดจบก็ยิ้มหวานๆให้ หลังจากที่เรลล่าเดินออกไปแล้ว ซีวอนก็ตรงมาช่วยเพื่อนของตัวเองทันที.......ในตอนแรก ที่ยูโนวสู้กับเรนเพียง2คน เค้ากับยังรับมือกับเรนได้สบายๆ แต่พอเริ่มมีเพื่อนของของเรนมาช่วย มากขึ้นมากขึ้น ตัวเขาซึ่งมีเพียงคนเดียวก็ไม่อาจสู้ได้ ยูโนวถูกซ้อมอย่างหนักก่อนที่จะถูกโยนออกไปนอกผับด้วยฝีมือลูกน้องของเรนอีก2-3คน
“ สมน้ำหน้า....เล่นกับใครไม่เล่น...มาเล่นกับพี่เรน” ไอ้ลูกน้องของเรนกล่าวทิ้งท้ายให้ยูโนวก่อนเดินกลับเข้าไปในผับ.........ถึงแม้ว่ายูโนวจะเจ็บถึงขนาดนี้ แต่ก็ยังมีรอยยิ้มเล็กๆเกิดที่มุมปากด้วยความสะใจ
- - หึหึ....ถึงชั้นจะโดนพวกแกซ้อม....แต่ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ใช่ฝีมือแก...ไอ้เรน....แต่แกเนี่ยสิ....เลือดของแกที่ไหลซิบๆอยู่ที่มุมปากและหางคิ้ว....นั่นมันมาจากฝีมือชั้นทั้งนั้น....- - ยูโนวคิดอย่างสะใจ ก่อนที่จพพยายามพยุงตัวเอง ให้ลุกขึ้นเดิน.....เขาเดินเกาะข้างทางไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะเซบ้างล้มบ้าง แต่ร่างสูงก็ไม่คิดจะหยุดเดิน เค้าต้องกลับไปให้ได้....กลับไปที่บ้าน....กลับไปหาคนรักของเขา
..........................................
...............................................................
“ เรน!!!.....ทำไมนายต้องทำยูโนวถึงขนาดนั้น.....ชั้นให้นายรับมือ...ต่อยกลับคืนได้....แต่ทำไมต้องรุมยูโนวถึงขนาดนั้น...ห๊ะ....” เสียงร้ายๆที่เมื่อพักใหญ่หลับไปนั่งที่มุมอับของร้าน ดังขึ้นต่อว่าเรนเป็นการใหญ่
“ นี่...แล้ว....โอ๊ย!!!...เบาๆสิวะ.....นายไม่เห็นรึไงว่ามันทำชั้นขนาดไหน...โดนแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ” หันมาดุลูกน้องที่กำลังทำแผลให้ก่อนที่จะตอบเจ้าของเสียงร้ายๆนั้น
“จะบ้าหรอ....นั่นนะน้อย.....มันมากเกินไปหลายเท่าแล้วรู้ไว้ซะด้วย” เสียงร้ายนั้นยังคงแผดเสียงใส่
“ ถ้านายเป็นห่วงมันล่ะก็....ทำไมไม่ตามมันไปเล่า....มัวแต่แหกปากแผดเสียงอยู่ทำไม!!” เรนตวาดกลับ
“ ชั้นไปแน่....ไม่จำเป็นต้องให้นายมาบอกหรอก!!!” พูดจบก็รีบเดินออกไปทันที
ชายปริศนาที่รีบร้อนเดินออกมาจากผับนั้น ก็เดินตามหายูโนวอย่างร้อนใจ เขาเดินไปเรื่อยๆจนพบ....ยูโนวอยู่ตรงนั้น....แต่ไม่ทันที่ชายปริศนาจะได้ก้าวเท้าออกไป กลับต้องชะงักและหยุดลง
“ ยูโนว!!!” เสียงเรียกชื่อที่บ่งบอกถึงความตกใจของคนเรียกได้เป็นอย่างดี ยูโนวเมื่อได้ยินเสียงรียกชื่อของตน...ก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้น
“ มะ...มิกกี้” เรียกชื่อของคนที่อยู่ตรงหน้าออกมาก่อนจะล้มลง มิกกี้เมื่อเห็นดังนั้น ก็รีบเข้ามาช่วยพยุง
“ เฮ้ย!....นายไปฟัดกับหมาที่ไหนมาวะยูโนว...ทำไมเป็นงี้อ่ะ” มิกกี้ถามยูโนวตามประสาของคนปากไม่ดี แต่ใจจริงแล้ว เค้าเป็นห่วงยูโนวมากมายนัก...เพราะเค้าถือว่ายูโนวคือเพื่อนคนนึงและยังเป็นคนที่แจจุงรักอีกด้วย
“ เรื่องยาว....นาย..ช่วยพาชั้นกลับบ้านทีสิ.....มิกกี้” ร่างสูงเอ่ยขอความช่วยเหลือจากมิกกี้อย่างไม่อาย
“ อือ” มิกกี้ตอบกลับมาเบาๆ ก่อนที่จะช่วยพยุงยูโนวไปขึ้นแท็กซี่ และในระหว่างทางที่อยู่บนรถ...ยูโนวจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้มิกกี้ฟัง
- - มิกกี้....นายดูแลยูโนว...ดีดีนะ - -
...................................
...................................................
ในห้องนอนสีสะอาดของลูกชายคนเดียวแห่งบ้านตระกูลคิม ร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงกว้างเริ่มรู้สึกตัว....แต่ยังไม่ทันที่จะลืมตา เขาก็พลันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เขาจะหลับไป เมื่อคิดไปดังนั้น หน้าที่เคยขาวใสกลับแดงระเรื่อขึ้นมา.....ร่างบางค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ และคิดว่าจะได้เห็นหน้ายามหลับของคนที่ตนรักนอนอยู่ข้างกาย....แต่เปล่าเลย ข้างกายเขาตอนนี้กลับว่าเปล่า ไม่มีเลยแม้แต่เงา
“ ยูโนว” ครางออกมาด้วยความตกใจที่ไม่เห็นเจ้าของชื่อ
- - นายไปไหนยูโนว.....นายผิดสัญญาหรอ....ไม่สิ....ชั้นต้องเชื่อใจ.....ชั้นเชื่อใจนาย....นายอย่าทำให้ชั้นผิดหวังนะ...ยูโนว - - ร่างบางพยายามคิดปลอบใจตนเอง.....เขาลุกจากเตียง ฉวยเอาเสื้อคลุมที่อยู่ใกล้มือมาใส่อย่างลวกๆแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ......เอื้อมมือไปเพื่อเปิดประตู
“ ยูโนว” ส่งเสียงเรียกพร้อมกับเปิดประตู แต่สิ่งที่เขาเห็นคือความมืดของห้องน้ำที่ไม่ได้เปิดไฟ.....และไม่มียูโนว....ร่างบางเริ่มใจไม่ดี....แต่ก็พยายามคิดในแง่ดีเอาไว้
- - อาจจะลงไปหาอะไรกินข้างล่างล่ะมั้ง - - คิดได้ดังนั้นก็เปิดประตูห้องนอนรีบสาวเท้าลงไปชั้นล่างของตัวบ้านทันที.....เริ่มหาจากห้องครัวที่คาดว่ายูโนวจะอยู่....แต่ก็ไม่มี.....เดินหาไปเรื่อยๆจนครบทุกห้อง...แต่แล้วก็ไม่พบ......ร่างบางของแจจุงที่ตอนนี้มีน้ำอุ่นๆคลอเต็มเบ้าตา ทรุดตัวนั่งลงที่ขั้นบันไดใช้หัวพิงกับราวบันไดอย่างอ่อนล้า ก่อนจะปล่อยให้น้ำใสร่วงไหลลงมาเปรอะเปื้อนใบหน้า
- - ยูโนว.....นายไปไหน.....ไหนนายบอกว่าจะอยู่กับชั้น...และจะไม่ทิ้งชั้นไปไหนไง.....นายผิดสัญญา - -
“ ฮือ....ฮือ....ฮึก...” ร่างบางเริ่มปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย
“ แกร๊ก” เสียงบิดลูกบิดที่ประตูหน้าบ้านทำให้เขาสะดุ้งขึ้นมา รีบปาดน้ำตา......ร่างบางพยายามจับจ้องว่าคนที่จะเดินพ้นออกมาจากบานประตูนั้นจะเป็นใคร...และเขาก็ยังวิงวอนขอให้เป็น..............
“ ยูโนว!!!” ทันทีที่ประตูบานนั้นถูกเปิดออก....คนที่เขาตามหาทั่วบ้านก็ปรากฎตัวขึ้น....แต่.....ร่างกายที่บอบช้ำ.....หน้าตาที่บวมปูดนั่นมันคืออะไร
“ ยะ....ยูโนว.....นะ....นายไปทำอะไรมา....ใครทำนาย....ทำไมถึงเป็นแบบนี้.....มิกกี้....มันเกิดอะไรขึ้น” ร่างบางเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นๆ น้ำตาที่ถูกปาดออกไปเมื่อครู่ กลับไหลลงมาอีกระลอก
“ อย่าร้องไห้สิแจจุง....ชั้นไม่เป็นอะไรหรอก” ยูโนวยิ้มให้อย่างใจดี บอกปฏิเสธสภาพร่างกายตนเองทั้งที่มันฟ้องออกมาอย่างแจ่มแจ้ง....ถึงขนาดต้องให้มิกกี้ช่วยพยุง
“ ฮึก....ไม่เป็นอะไร?...บ้ารึไง...เนี่ยนะไม่เป็น.....ฮึก....ชั้นเป็นห่วงนายมากขนาดไหนรู้บ้างมั๊ย....ฮึก...” แจจุงพูดพลางสะอึกสะอื้น
“ .................................................................” ร่างสูงก้มหน้า...พูดไม่ออก
“ แจจุง....เดี๋ยวชั้นเล่าให้ฟังเอง.....ตอนนี้พายูโนวไปทำแผลก่อนดีกว่านะ” มิกกี้รู้ว่ายูโนวพูดไม่ออกและคิดว่าคงไม่อยากจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้แจจุงฟังด้วยตัวเอง เมื่อแจจุงได้ยินดังนั้นก็เดินมาช่วยมิกกี้พยุงยูโนวอีกข้างและพาขึ้นไปยังห้องนอน
.....................
..................................
“ เดี๋ยวชั้นลงไปเอายาทำแผลก่อนนะ.....นายนอนรอแป็ปนึงนะยูโนว” แจจุงบอกกับยูโนวทันทีที่วางให้นอนลงไปกับเตียง และส่งสายตาไปให้มิกกี้เหมือนจะบอกว่าให้ตามลงไปข้างล่างด้วย
“ ชั้นกลับก่อนนะยูโนว....นี่ก็ดึกมากแล้ว...เดี๋ยวพรุ่งนี้ชั้นจะมาเยี่ยมใหม่....ห้ามตายก่อนนะเว้ย” มิกกี้บอกลาและทิ้งท้ายด้วยคำพูดเล่นๆ ก่อนจะเดินออกไปนอกห้องกับแจจุง
“ มันเกิดอะไรขึ้น...มิกกี้....ทำไมยูโนวถึงเป็นแบบนั้น” แจจุงเอ่ยถามทันทีที่ประตูห้องปิดสนิทลง
“ คือว่า.................................................”แล้วมิกกี้ก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้แจจุงฟัง.....คนที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ถึงกับน้ำตาไหลลงมาอีกรอบ
“ เฮ้ย.....พอเลย.....เลิกร้องได้แล้ว....นายรีบไปทำแผลให้ยูโนวเหอะ.....ชั้นจะกลับแล้ว.....เดี๋ยวพรุ่งนี้มาหาใหม่.....โอเค๊” มิกกี้ที่เห็นเพื่อนตัวเองเริ่มร้องไห้อีกครั้ง....ก็นำมือทั้ง2ข้างไปวางบนบ่าของแจจุง....และเอ่ยคำปลอบใจตามแบบฉบับของมิกกี้(นี่เค้าเรียกว่าปลอบใจหรอเนี่ย)แล้วจึงเดินออกจากบ้านไป.......แจจุงเดินไปที่หน้าห้องครัวหยิบยาใส่แผลแล้วจึงเดินขึ้นห้องไป....เขาค่อยๆเปิดประตูเข้าไปอย่างเบามือ....เดินตรงไปยังเตียงกว้างแล้วค่อยๆหย่อนกายนั่งลงกับเตียง
“ ยูโนว.....ทำแผลก่อนนะ” ร่างบางนำมือไปแตะที่แขนของร่างสูงก่อนที่จะเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ร่างสูงลืมตาขึ้นมา....ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้เบาๆแล้วจึงค่อยๆยันกายขึ้นมานั่ง.....โดยมีแจจุงช่วยพยุง
“ เจ็บมากมั๊ย...” แจจุงเอ่ยถามเสียงเบาขณะที่ทำแผลให้ร่างสูงใกล้จะเสร็จ
“ มีนายทำแผลให้ก็ไม่เจ็บแล้ว” ยิ้มหวานๆให้ก่อนจะตอบส่วนคนที่ฟังก็ได้แต่ยิ้มอย่างเขินอาย
“ แต่...ถ้าจะให้ดีกว่านี้นะ....ชั้นคงต้องขอยาดีอย่างนึงจากนายแล้วล่ะ...จะได้หายเร็วๆ” ร่างสูงพูดต่อก่อนที่จะยิ้มตาปิด
“ ยาดี?.....อะไรหรอ” ร่างบางทวนคำอย่างสงสัย ก่อนจะเอียงคอเล็กๆแล้วถามขึ้น
“ ก็......ตรงนี้ไง....ทีเดียว....หายเลย” ร่างสูงตอบคำถามโดยการใช้นิ้วชี้ไปที่ปากของตน แล้วจึงส่งยิ้มหวานๆให้ ร่างบางก้มหน้าเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงระเรื่อเอาไว้ภายใน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเลื่อนริมฝีปากไปสัมผัสกับจุดเดียวกันของร่างสูง.....แผ่วเบา..แต่อบอุ่น.....เพียงไม่นานร่างบางเป็นฝ่ายถอนออกมาก่อน
“ ชื่นใจจัง......อย่างงี้หายเร็วแน่นอนเลย” พูดจบก็ยิ้มตาปิด
“ นะ....นอนเถอะ คืนนี้ดึกมากแล้ว...ฝันดีนะยูโนว” ร่างบางพูดจบก็เดินไปปิดไฟและล้มตัวลงนอนข้างๆยูโนว
“ ฝันดีรอบ2นะแจจุง” แล้วทั้งคู่ก็จมสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
...........................................
............................................................................
ที่หน้าป้ายรถเมล์ ชายหนุ่มผมทองกำลังยืนรอรถอย่างไม่รีบร้อน ฟังเพลงจาเครื่องเอ็มพี3ไปสายตาก็มองไปรอบๆบริเวณ ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา...แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เค้าสนใจได้เลย เขาเพียงแค่มอง...แล้วก็ผ่านเลยไป....แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้สายตาของเขาหยุดและจับจ้องอยู่ที่คนคนนั้น.....เกิดรอยยิ้มเล็กๆขึ้นในใจ....เพียงไม่นานคนที่เขาจับจ้องอยู่ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า
“ หวัดดี....มิกกี้” ร่างเล็กนั้นเอ่ยทักขึ้นก่อน มิกกี้ที่ถูกทักก็รีบนำหูฟังออกจาหูทันที
“ หวัดดี...จุนซู....นายกำลังจะไปไหนหรอ” ร่างสูงของมิกกี้รีบตอบกลับ
“ ชั้นกำลังจะไปบ้านของยูโนวน่ะ....พอดีว่าเมื่อวานชั้นขอที่อยู่เค้าไว้” จุนซูตอบพร้อมกับชูกระดาษที่อยู่ให้ดู
“ พอดีเลย...ชั้นกำลังจะไปหาเจ้า2คนนั้นพอดี...งั้นก็ไปด้วยกันเลยสิ” มิกกี้เอ่ยชวน
“ จริงหรอ....ดีจัง...จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเดินหาบ้านด้วย...ขอบใจนะมิกกี้” จุนซูพูดพร้อมกับยิ้มตาปิด........เพียงไม่นานรถเมล์สายที่พวกเขาทั้ง2ต้องการจะขึ้นก็มา.....ใช้เวลาในการเดินทางเพียง15นาทีก็ถึงจุดหมาย........ลงจากรถก็เดินต่อไปเรื่อยๆจนถึงบ้าน
~ ลัน....ลัน....ลา....ล้า ~
เสียงออดดังขึ้นด้วยฝีมือของมิกกี้ ทั้งสองยืนรอสักพัก...ประตูหน้าบ้านก็ถูกเปิดออกต้อนรับพวกเขา
“ อ้าว....มิกกี้...มาแต่เช้าเลย” เสียงของแจจุงเอ่ยทักมิกกี้อย่างสดใส
“ เช้าอะไรล่ะ...นี่มันจะ11โมงแล้วนะ” มิกกี้ตอบไปด้วยน้ำเสียงเล่นๆ
“ อ่าว....จริงอ่ะ.....แล้วนี่.....” แจจุงพูดกับมิกกี้ก่อนจะหันไปทางร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างมิกกี้ เป็นเชิงถาม
- - คนเดียวกันกับตอนที่อยู่ที่โรงเรียน - -
“ อ๋อ....นี่ คิม จุนซู...น่ะ” มิกกี้ช่วยแนะนำชื่อให้
“ สวัสดีฮะ....ผม คิม จุนซู....เป็นเพื่อนของยูโนวที่ชองนัมฮะ” จุนซูแนะนำตัวเองกับแจจุง
- - เราคิดมากไปเองหรอเนี่ย - -
“ หรอ....ยินดีที่ได้รู้จักนะ...ชั้น แจจุง..คิม แจจุง” แนะนำกลับบ้าง
“ ยินดีท่ได้รู้จักเช่นกันฮะ” จุนซูตอบ
“ เข้าไปข้างในก่อนเถอะ.....ตอนนี้ยูโนวดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขกน่ะ” แจจุงบอกก่อนที่จะเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน
........................
...................................
พวกนาย2คนไปนั่งที่ห้องรับแขกก่อนละกัน...เดี๋ยวชั้นไปหาอะไรมาให้กิน” แจจุงเอ่ยขึ้นก่อนที่จะแยกเข้าไปในครัว.....มิกกี้เลยเดินนำจุนซูไปยังห้องรับแขก...ทันทีที่ถึงก็เห็นร่างของยูโนวที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและพลาสเตอร์ยา
“ ไง.....ดีใจจัง...นายยังไม่ตาย” มิกกี้ส่งเสียงทักและตามมาด้วยประโยคกวนๆ
“ เออ....ตายแน่ถ้านายไม่ไปช่วย...ขอบใจนะ....อ๊ะ...จุนซู.....มาได้ไงเนี่ย” ยูโนวกล่าวคำขอบใจกับมิกกี้ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นร่างเล็กของจุนซูที่เดินตามหลังมิกกี้มา
“ ยูโนว...นายเป็นไงบ้าง.....เจ็บตรงมากรึเปล่า” ทันทีที่จุนซูเห็นยูโนวเต็มๆ ก็รีบปราดเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวข้างๆแล้วถามด้วยความเป็นห่วง......แต่การกระทำนี้ก็ที่สงสัยให้กับคนๆนึง ที่เฝ้ามองและสังเกตทุกอย่างที่เป็นจุนซู...........มิกกี้อยากรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นจุนซู
- - พูดอย่างกับว่า......รู้อยู่แล้ว.....ว่ายูโนวเป็นแบบนี้ –


















