Title :: [Re-Fic] ::*:: My childhood ::*::
Chapter :: 9
Paring :: YunJae , YooSu
Story by :: k-chan and zodaUzeed
-9-
“ ทุกคนของว่างมาแล้ว” เสียงอันสดใสของแจจุงดังขึ้นจากหน้าประตูห้องรับแขก
“ ว้าว.....น่ากินจังเลย.....น่ากินเหมือนคนทำเลย....ฮิฮิ” ยูโนวที่นั่งอยู่ที่โซฟามองถาดขนมที่ร่างบางถือแล้วเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะเงยหน้ามองใบหน้าของร่างบางด้วยสายตาหยาดเยิ้ม
“ โห....นี่เสร็จกันไปแล้วหรอเนี่ย.....แมร่งเร็วจริงๆ” เมื่อจบสิ้นเสียงของร่างสูงมิกกี้ก็โผลงขึ้นมาทันที ทำเอาแจจุงที่แก้มสีระเรื่อแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที
“ จะบ้ารึไงมิกกี้” ตวาดกลับแต่ก็พยายามที่จะไม่สบตากับเพื่อนคนนี้นาน
“ เอ่อ....จุนซู...เดี๋ยวอยู่ทานข้าวด้วยกันนะ” เมื่อมันเขินมากนักก็เปลี่ยนเรื่องซะเลย
“ อะไรกัน ชวนแต่จุนซู...ไม่เห็นจะชวนมิกกี้สุดหล่อคนนี้บ้างเลย” มิกกี้พูดขึ้นทำท่างอนๆกอดอกพลางเชิดหน้าหันไปอีกทาง
“ นายน่ะ.....ถึงไม่ชวนก็อยู่กิน อยู่แล้วไม่ใช่รึไง” แจจุงพูดพลางเหล่ตามอง
“ งั้นชั้นไปทำกับข้าวก่อนนะ” เมื่อมิกกี้ยังทำท่าเหมือนจะงอนไม่เลิก ก็ปล่อยไว้อย่างนั้น(พูดง่ายๆขี้เกียจง้อ)แล้วจึงเอ่ยขอตัวแยกออกไปทำกับข้าว
“ แจจุงจ๋า....ให้ชั้นไปช่วยน้า” ก่อนที่แจจุงจะหันหลังเดินออกไปอย่างเต็มตัว ยูโนวก็เรียกชื่อเขา ทำให้ต้องหันมาอีกรอบ ยูโนวพูดออกมาทำตาปริบๆ
“ ไม่ต้องเลย...นายน่ะนั่งอยู่อย่างนี้แหละดีแล้ว...แผลก็ยังไม่หาย” แจจุงบ่นออกไปเป็นผลให้ยูโนวหน้าเศร้าลงทันที
“ เอางี้ดีกว่า...ให้ชั้นไปช่วยละกันแจจุง” คนตัวเล็กที่นั่งเงียบอยู่สักพักเอ่ยขึ้น ในตอนแรกแจจุงจะปฏิเสธ แต่ใบหน้าใสและรอยยิ้มน่ารักนั่นทำให้เขาปฏิเสธไม่ลง
“ อืม...เอาสิ”
“ งั้นชั้นไปด้วยคน” มิกกี้เอ่ยขึ้นทันทีที่แจจุงตอบตกลง แต่ที่จริงแล้ว มิกกี้ก็ไม่ได้อยากจะช่วยทำอาหารหรืออะไรหรอก....แค่อยากเห็นใบหน้าของคนตัวเล็กเวลาที่ขมักเขม้นยามทำอาหารก็แค่นั้น แต่ทำไมเพื่อนซี้ของเขาต้อง....
“ ไม่ต้องเลย...นายไปก็เกะกะป่าวๆ” ขัดขวางด้วย พูดจบก็เดินออกไปทันที ตามด้วยคนตัวเล็กที่อมยิ้มหวานๆมีแอบขำเล็กน้อยเดินตามออกไป
...................................
.....................................................
.............................................................................
“ วันนี้แจจุงจะทำอะไรเป็นอาหารกลางวันหรอ” ถามออกมาด้วยสีหน้าสดใส
“ ข้าวหน้าเนื้อกับซุปเต้าหู้ขาวอ่ะ....จุนซูเคยทำมั๊ย” ถามออกไป มือก็ยังคงจัดเตรียมของเพื่อปรุงอาหารต่อไปเรื่อยๆ
“ ไม่เคยหรอก....อืม...แล้วทำไมถึงทำซุปเต้าหู้ขาวล่ะ ชั้นว่าน่าจะทำกิมจิที่เป็นของชอบของยูโนวมากกว่านะ” เอ่ยออกมามือทั้งสองข้างท้าวกับโต๊ะไม้กลางห้องครัว....มองร่างบางของแจจุงที่จัดเตรียมของ
“ ไม่ได้หรอก ยูโนวกำลังไม่สบาย ต้องกินซุปเนี่ยแหละ.....จะได้ช่วยล้างพิษด้วยไง” หยิบของชิ้นสุดท้ายวางบนโต๊ะ พอประโยคสุดท้ายก็เงยหน้าขึ้นพูดจนจบแล้วยิ้มให้.....คนหนึ่งยิ้มด้วยความจริงใจกับอีกคนหนึ่งแสร้งยิ้มเพื่อตบตาทุกคน....เมื่อจุนซูไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแจจุงจึงเริ่มทำอาหารมื้อเที่ยงโดยเริ่มจากการหั่นสไลด์เนือก่อน
“ นี่แจจุง....ชั้นช่วยหั่นผักละกันนะ” คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นมา
“ อือ...เอาสิ...หั่นเป็นใช่มั๊ย” คนตัวเล็กผงกหัวเล็กน้อย เห็นดังนั้นร่างบางก็หันไปหยิบเขียงกับมีดอีกชุดส่งให้กับจุนซู แจจุงส่งเขียงไปก่อนแล้วจึงตามด้วยมีดโดยที่ตนจับตรงส่วนใบมีดเอาไว้แล้วยื่นทางด้านด้ามจับให้กับคนตรงหน้า จุนซูยื่นมือออกไปรับ....
..................................
.....................................................
.........................................................................
“ ยูโนว....เล่าเรื่องจุนซูให้ฟังหน่อยดิ” ทันทีที่ทั้งแจจุงและจุนซูเดินหายเข้าไปในครัวเรียบร้อยแล้ว มิกกี้จึงกระโดดลงมานั่งข้างๆยูโนวแล้วถามขึ้น
“ ฮั่นแน่....นายชอบจุนซูเข้าแล้วล่ะสิ....ช่ายม๊ะ....หน้าแด๊งแดง....555+” ยูโนวที่เห็นท่าทีของมิกกี้ก็รู้ได้ทันทีว่า...มิกกี้คนนี้ต้องแอบรักจุนซูแน่ๆ
“ เออน่า....เล่ามาเหอะ อยากฟัง” มิกกี้ตอบปัดๆรบเร้าให้ยูโนวเล่าให้ฟังเร็วๆ
“ ก็จุนซูอ่ะนะ...เป็นเด็กที่น่ารักมากเลย ตอนที่ชั้นอายุประมาณ8ขวบ จุนซูก็ย้ายบ้านมาอยู่ข้างๆบ้านชั้น ตอนนั้นจุนซูก็อายุประมาณ6ขวบได้ล่ะมั้ง ชั้นได้รู้จักกับเค้าก็ตอนที่ คุณแม่ของจุนซูพาจุนซูมาทำความรู้จักกับครอบครัวชั้นที่บ้านเนี่ยแหละ และหลังจากนั้นมาจุนซูก็มาเล่นที่บ้านชั้นบ่อยๆ บางครั้งชั้นก็ไปเล่นที่บ้านของเค้าบ้าง พอไปโรงเรียนจุนซูเค้าจะมีรอยยิ้มหวานๆน่ารักให้กับทุกคน และก็ไม่เลือกที่จะให้กับใครคนใดคนหนึ่ง....เค้ามอบรอยยิ้มนั้นให้กับทุกคน และก็เพราะรอยยิ้มนั้นของจุนซูนั่นแหละ จึงมีแต่คนหลงรักเค้า” ยูโนวที่เล่าเรื่องของจุนซูออกมาให้มิกกี้ฟัง ก็ถึงกับอมยิ้มเล็กๆ น้องชายของเขาคนนี้ เป็นคนที่น่ารักจริงๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่น้องชายแท้ๆ แต่เขาก็รักจุนซูเสมือนน้องชายสายเลือดเดียวกัน
“ ช่ายยยยยยยยย.....รอยยิ้มนั่น....ชั้นชอบรอยยิ้มนั้นของจุนซูจัง” พูดไปก็เอามือทั้งสองข้างประคองหน้าเอาไว้ มองทอดยาวออกไปด้วยสายตาหยาดเยิ้ม....แต่แล้วจู่ๆก็หยุดการกระทำ
“ หนิ....ยูโนว....นายแอบรักจุนซูของชั้นรึป่าวเนี่ย(ของแกตอนไหนว่ะมิกกี้)” พูดพลางเหล่มองมาทางยูโนวด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจ
“ จะบ้ารึไง....ชั้นมีแจจุงคนเดียวก็เกินพอแล้ว....จุนซูน่ะ ก็เหมือนน้องชายคนหนึ่ง....ชั้นรักเค้าเหมือนน้องชาย...เข้าใจยังอ่ะ” อธิบายให้ฟัง เมื่อจบก็หันมาถามกลับ
“ เข้าใจละ” ตอบแล้วยิ้มให้ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าประตูห้องนั่งเล่น
“ แล้วนายจะไปไหนน่ะ” ยูโนวเรียกถาม มิกกี้หยุดเดิน
“ ก็ไปดูใบหน้าจุนซูของชั้นตอนทำอาหารน่ะสิ” หันมาตอบยูโนวด้วยสีหน้าเหมือนคนเพ้อฝัน แล้วก็เดินออกไป ยูโนวที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว ยิ้มกับท่าทางบ้าๆบอๆของมิกกี้ ส่ายหัวไปมาเล็กน้อย...แล้วก็หยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่าน
.......................................
..............................................................
...............................................................................................
มิกกี้เดินมาถึงหน้าห้องครัว เขาเลือกที่จะแอบมองดูใบหน้าน่ารักนั้นอย่างเงียบๆอยู่ตรงนี้
“ โอ๊ย !! ซี๊ดดด” เสียงร้องของแจจุงดังขึ้นจากในห้องครัว เพราะมีดที่เขาส่งให้จุนซู มันเกิดบาดลึกลงไปยังนิ้วเรียว เลือดสีแดงสดที่ไหลทะลักออกมา บ่งบอกให้รู้ว่าแผลที่ได้มานั้นมันลึกเพียงไร มิกกี้ที่ยืนอยู่ด้านนอก เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กำลังจะก้าวขาเข้าไปดูอาการของเพื่อนตัวเอง แต่ก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อสายตาของเขาพลันไปเห็นสิ่งๆหนึ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในตอนนี้ รอยยิ้มที่มุมปากบ่งบอกถึงความสะใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รอยยิ้มนั้นของจุนซู
“ อ๊ะ...แจจุง...ชั้นขอโทษ...ชั้นไม่ได้ตั้งใจนะ” จากรอยยิ้มนั้นกลับกลายเป็นสีหน้าตกใจและเสียใจอย่างรวดเร็ว
“ ไม่เป็นไรๆ แผลแค่นี้เอง เดี๋ยวล้างแผลใส่ยาติดพลาสเตอร์ ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว” ตอบกลับพร้อมกับหันไปล้างมือในอ่างน้ำ
“ งั้นชั้นไปเอากล่องยามาให้นะ” พูดไปด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะสำนึกผิด....แต่พอจุนซูหันหลังกลับ ก็ต้องตกใจสะดุ้งในเมื่อ
“ อ่ะ...กล่องยา” มิกกี้ที่เดินถือกล่องยามาหยุดยืนอยู่ข้างหลังจุนซูเงียบๆ สร้างความตกใจให้แก่คนตัวเล็กได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
“ ......มิกกี้.....” จุนซูพึมพำออกมาเบาๆ เบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน
“ อ่าว....มิกกี้....มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย.....ชั้นบอกให้นายนั่งรออยู่กับยูโนวไม่ใช่รึไง”
“ ก็แค่มาดูว่าแอบใส่ยาถ่ายให้ชั้นกินรึป่าว....พอมาถึงก็เห็นนายโดนมีดบาด....เลยหยิบกล่องยามาให้ด้วย....ผิดหรอ” พูดเสียงเรียบๆและเน้นหนัก โดนมีดบาด ก่อนจะทำเสียงสลดในตอนท้าย
“ เออๆ....ไม่ผิดๆ...ขอบคุณมากนะคร๊าบไอเพื่อนรัก แต่ ถ้าจะให้ดี ทำแผลให้ด้วยดิ” ตอบแบบปัดๆแล้วจึงโค้งให้เป็นการขอบคุณ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มทะเล้นๆในตอนท้าย
“ ก็ได้....แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” แหน่ะมีการต่อรองอีก
“ อะไรง่ะ” จะต่อรองอะไรนักหนาเนี่ย คนเจ็บนะโว้ยไอมิกกี้
“ โถ่....นายก็รู้”
“ มิกกี้คร๊าบ มิกกี้คร๊าบ ทำแผลให้หน่อยสิคร๊าบ” ลากเสียงยาวๆทำหน้าตาอ้อนๆนิดนึง
“ ดีมาก.....” ตอบรับพลางจัดแจงทำแผลให้แจจุงเสร็จเรียบร้อย เมื่อทำแผลเสร็จก็ถือโอกาสช่วยทำกับข้าวไปซะเลย....รู้สึกกันมั๊ยว่า ตอนนี้จะมียูโนวเพียงคนเดียวที่นั่งอ่านหนังสือเป็นคุณชายอยู่ในห้องนั่งเล่น (รอเวลาให้ภรรยาเอาอาหารมาเสิร์ฟ)
.........................................
..................................................................
.................................................................................................
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ อาหารทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างน่าทานบนโต๊ะอาหารตัวสี่เหลี่ยม อย่างสวยงาม ทั้ง4คนนั่งพร้อมหน้ากันอยู่บนโต๊ะ
“ นี่...อาทิตย์หน้าอ่ะ...ที่โรงเรียนพวกเราหยุด5วันใช่ป่ะ....ชั้นว่าพวกเราไปเที่ยวกันดีม่ะ” ระหว่างที่กินข้าวกันอยู่มิกกี้ก็พูดแทรกขึ้น
“ เที่ยวหรอ...ก็ดีนะ...แจจุงว่าไง” ยูโนวทวนคำถามก่อนที่จะหันมาถามแจจุงที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ อืม...ก็ดีนะ จะได้ถือว่าไปพักผ่อนไปในตัวเลย....ว่าแต่นายคิดไว้รึยังอ่ะ ว่าจะไปที่ไหน” ร่างบางกลืนข้าวที่อยู่ในปากก่อนที่จะตอบคำถาม
“ แน่นอน....ชั้นต้องคิดไว้อยู่แล้ว...ที่นี่นะ ชั้นฝันว่าจะไปมาตั้งนานแล้วนั่นก็คือ...มัลดีฟ....ทุกคนคิดว่าไง ดีม่ะ น้ำทะเลใสๆ ชั้นล่ะอยากไปที่สุด” มิกกี้ตอบออกมาพลางนึกถึงตนเองในตอนเด็ก ที่เห็นภาพหมู่เกาะมัลดีฟจากโปสการ์ด และลั่นวาจาเสียงดังว่า ในชีวิตนี้ สักครั้งหนึ่งเขาจะต้องไปเที่ยวที่มัลดีฟให้ได้
“ โอเค เลยมิกกี้ ชั้นไป....มัลดีฟ...ไปแน่นอน....อยากไปมานานแล้ว” ยูโนวพูดออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ ชั้นก็ไป....มัลดีฟไม่ไปไม่ได้แล้ว” แจจุงเอ่ยขึ้นทันทีที่ยูโนวพูดจบ
“ นี่....แล้วชั้นไปด้วยได้รึป่าว” เสียงของคนที่นั่งเงียบไปนานดังขั้นอีกครั้ง เสียงที่ฟังแล้วดูเหมือน หงอยๆเศร้าๆ
“ ไปได้สิ ทำไมจะไปไม่ได้...แล้วที่สำคัญถ้าน้องชายชั้นไม่ไปด้วย ชั้นไม่ยอมแน่ๆ” เมื่อจุนซูพูดจบ ดวงตาของยูโนว มองไปที่บุคคลที่เขาเปรียบเสมือนน้องชายนั้น ใบหน้าของจุนซูช่างดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน เพียงไม่นานยูโนวก็ได้กล่าวออกไปอย่างใจดีและร่าเริง
“ จริงๆนะ” ถามย้ำเพื่อความมั่นใจอย่างตื่นเต้น
“ อืม” ยูโนวพยักหน้าเบาๆพลางยิ้มให้อย่างเอ็นดู
“ งั้น...อาทิตย์หน้าเราไปมัลดีฟกัน....แต่ตอนนี้....กินข้าวกันต่อเถอะ เหอะๆ” มิกกี้พูดขึ้นหลังจากที่ยูโนวพูดจบ กำมือชูขึ้นอย่างเอาชัย ก่อนที่จะลดมือลงและตั้งหน้าตั้งตากินข้าวเช่นดังเดิม
...................................
..................................................
...................................................................
ที่สนามบินอันพลุกพล่าน สองร่างที่หอบหิ้วกระเป๋าเดินทางอันใหญ่โต คนหนึ่งใส่เสื้อเชิ้ต สีชมพูอ่อนๆ กับกางเกงยีนส์สีเข้ม อีกคนหนึ่งใส่เสื้อเชิ้ตสีดำคาดขาว กับกางเกงยีนส์สีซีด ขาดๆ ตามสมัย
“ แจจุง....หนักรึป่าว...หืมมม...ชั้นช่วยถือมั๊ย?” ชายผู้ใส่เสื้อสีดำคาดขาวพูดขึ้นกับอีกคนด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ อื้อ....ไม่เป็นไรหรอก ชั้นว่าเรารีบมองหามิกกี้กับจุนซูดีกว่านะ” แจจุงตอบ ทั้งสองคนกวาดสายตามองไปทั่วสนามบินแต่แล้วก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นซะก่อน
“ ยูโนวววว....” จุนซูนั่นเอง เค้ามาพร้อมกับเสื้อลายมิกกี้เมาส์ สีขาวกับกางเกงยีนส์ขนาดพอดีตัว
“ อ๊ะ....จุนซู มาถึงนานรึยัง” ยูโนวทักขึ้น
“ ก็....เพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้แหละ” จุนซูตอบ
“ งั้นตอนนี้ก็เหลือแค่มิกกี้คนเดียวสินะ” ยูโนวพูดพลางใช้สายตามองไปรอบๆ ระหว่างที่ยูโนวกำลังมองหามิกกี้อยู่นั้น จุนซูก็เข้ามาประชิดตัวยูโนวพร้อมกับนำมือเข้าไปคล้องแขน
“ ยูโนว....ทำไมไม่ให้แจจุงโทรไปหามิกกี้ล่ะ เค้าเป็นเพื่อนกันหนิใช่มั๊ย....แจจุง?” จุนซูพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหน้ารักแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน มือข้างหนึ่งที่คล้องแขนยูโนวอยู่นั้นเริ่มแน่นขึ้น แจจุงมองภาพตรงหน้าอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทรหามิกกี้ ส่วนยูโนวนั้นก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับการกระทำของจุนซู แต่เขาเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ในเมื่อ....เขารู้สึกกับจุนซูแค่น้องชาย แค่น้องจริงๆ
..........................
.....................................
ไม่นานหลังจากที่แจจุงโทรหามิกกี้ทุกคนก็มากันครบ
“ เอาล่ะ ชั้นว่าพวกเรารีบขึ้นเครื่องกันดีกว่าเดี๋ยวจะไม่ทัน” ยูโนวพูดขึ้นขณะที่ยืนอยู่หน้า gate
“ งั้นชั้นนั่งกับนายนะยุน...อ๊ะ....ยูโนว แจจุงนายไม่ว่าอะไรใช่มั๊ย” จุนซูพูดเสียงอ้อนก่อนจะหันไปถามแจจุง
“ อ....อะ อืม...ได้สิ” แจจุงตอบพร้อมกับมีสีหน้าเศร้าเล็กน้อยแต่ก็พยายามซ่อนมันเอาไว้ ก็ในเมื่อตั๋วที่เค้ากับยูโนวได้มันเป็นที่นั่งติดกันน่ะสิ แต่ยูโนวก็ไม่ได้สังเกตเห็นมัน แต่ยังยังดูเหมือนว่าจะมีอีกคนที่สังเกตเห็น....
“ นี่นาย....จะบ้าหรอ คนเค้าเป็นแฟนกันก็ต้องนั่งด้วยกันสิ นายน่ะมานั่งกับชั้นเลยม่ะ” มิกกี้พูพลางคว้าข้อมือของจุนซูมาก่อนที่จะเดินนำเข้า gate ไป
“ ไปกันเถอะแจจุง” ยูโนวพูดด้วยเสียงอ่อนโยน คว้ามือนุ่มนิ่มนั้นแล้วพาเดินเข้าไป แต่ยูโนวคงจะไม่ได้สังเกตเห็นถึงสายตาของแจจุงหรอกว่าเป็นอย่างไร
- - ยูโนว.....นายคิดยังไงกับชั้นกันแน่.....- -
.................................
...................................................
.............................................................................
หลังจากที่เครื่องบินลงจอด ทั้งสี่คนก็ได้ขึ้นรถตู้เพื่อไปยังรีสอร์ท
“ ว้าวววว....สวยจังเลย” จุนซูพูดขึ้นทันที่ได้ก้าวลงจากรถเมื่อถึงรีสอร์ท
“ น่าว่ายน้ำชะมัด....มัลดีฟ....ความฝันของชั้นเป็นจริงแล้ว เย้...” มิกกี้ผู้ที่เดินตามหลังมาพูดขึ้นบ้าง แจจุงและยูโยวที่เพิ่งเดินตามมาไม่ได้พูดอะไร พวกเขาทั้งสี่มองตรงออกไปยังเบื้องหน้า น้ำทะเลสีฟ้าใสที่ตัดกับฟ้าสีคราม บ้านพักแต่ละหลังอยู่ยื่นออกไปในทะเลโดยมีทางเดินเชื่อมต่อจากบนบก
“ ชั้นว่าพวกเราเอาของไปเก็บกันเถอะ แล้วเดี๋ยวมาเจอกันตรงนี้นะ” ทันทีที่ยูโนวพูดจบเขาก็แจกกุญแจให้กับมิกกี้หนึ่งดอก ส่วนอีกดอกหนึ่งก็คือของเขาเอง และแน่นอนว่าคนที่ต้องนอนห้องเดียวกับเขานั่นก็คือ.......
“ ยะ...ยู...”
“ จุนซู....นายมัวแต่ชักช้าอยู่นั่นแหละ เร็วๆไปห้องพักของเรากันเถอะ....” มิกกี้พูดตัดบทจุนซูทันที ก่อนจะลากร่างเล็กนั้นออกไปโดยเร็ว
“ ถ้านายอยากจะพักกับจุนซู.....เดี๋ยวชั้นไปบอกมิกกี้ให้ก็ได้นะ” แจจุงพูดออกมาเรียบๆ ทำให้ยูโนวหันกลับมาทันที
“ นายหมายความว่าไง.....”
“ ก็.....นายน่าจะอยากพักกับจุนซูมากกว่าชั้น....ชั้น...”
“ นายเป็นอะไรของนายน่ะแจจุง.....นายจะต้องอยู่กับชั้น” ทันทีที่ยูโนวพูดจบเขาก็กระชากแขนร่างบางไปยังบ้านพักตรงหน้าทันที เมื่อถึงร่างสูงไขกุญแจและพลักประตูบานนั้นอย่างแรง ทำให้อีกคนถึงกับสะดุ้งร่างสูงดึงมือแจจุงให้เข้ามาในบ้านพักพร้อมกับปิดประตู ยูโนวเหวี่ยงแจจุงลงกับเตียงนุ่มพร้อมกับขึ้นคร่อมร่างนั้น
“ ยูโนว....จะทำอะไรน่ะ” แจจุงพูดขึ้นในขณะที่ตอนนี้หน้าของเขากับยูโนวนั้นอยู่ชิดกันมาก
“ ชั้นรู้นะแจจุง....ว่านายน่ะหึงชั้นกับจุนซูใช่มั๊ยล่ะ” ยูโนวพูดข้างหูของร่างบางก่อนจะพูดต่อ
“ ชั้นเห็นนะ.....ตั้งแต่ที่สนามบินนั่นแล้ว....หืออออ...?” คราวนี้ยูโนวพูดโดยสบตากับร่างบางอย่างแน่วแน่ ไม่มีใครละสายตาจากกัน
“ ใช่.....ชั้นทั้งหึงแล้วก็หวงนาย แต่นายก็ไม่เคยคิดจะสนใจอยู่แล้วหนิ รู้บ้างรึป่าวว่าตอนนั้นชั้นรู้สึกยังไง ตอนที่นายยอมให้จุนซูควงแขน แล้วไหนจะตอนที่จุนซูขอชั้นว่าจะนั่งกับนาย แต่นายก็ไม่เอ่ยแย้งมาซักคำ ไม่มี....” แจจุงพูดได้เพียงแค่นั้นก็ต้องหยุดลงเมื่อปากอันอวบอิ่มของเขาไม่สามารถพูดได้อีกต่อไป ในเมื่อยูโนวได้โน้มใบหน้านำริมฝีปากลงมาประกบกับปากของเขา แต่ครั้งนี้ยูโนวก็ต้องแปลกใจเมื่อร่างบางไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสของเขาแต่อย่างใด แถมยังตอบกลับมาอย่างร้อนแรง ลิ้นทั้งสองพัวพันกันอยู่เนิ่นนาน มือที่ไล้วนตรงช่วงต้นขาที่จริงแล้วมันน่าจะเป็นมือของยูโนว....แต่กลับกัน คราวนี้มันกลับกลายเป็นมือของแจจุงเสียนี่ แจจุงลากมือขึ้นมาตามแผ่นหลัง ขึ้นมาเรื่อยจนถึงต้นคอ กอดคอได้รูปนั้นไว้ด้วยสองแขน ยูโนวยังคงจาบจ้วงความหอมหวานจากปากของร่างบาง สักครู่หนึ่งจึงละออกมาจากปากอวบอิ่มนั้น
“ จำไว้นะแจจุง.....ชั้นรักนายคนเดียว....เชื่อใจชั้นนะ” พูดจบก็ประกบปากลงอีกครั้ง จากนุ่มนวลก็เริ่มร้อนแรง ดูดดื่ม เนิ่นนาน ก่อนจะละริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย
“ แจจุง...” ยูโนวเอ่ยเสียงแหบแห้ง บ่งบอกให้รู้ถึงอารมณ์บางอย่างที่กำลังครุกรุ่นอยู่ภายใน
“ ขอโทษนะยูโนว.....แต่ชั้นยังไม่อยากออกแรงตอนนี้” ทันทีที่แจจุงพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ยูโนวอยู่คนเดียวกับอารมณ์ที่ยังคงค้างคาอยู่เช่นนั้น จากนั้นยูโนวก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ แล้ว......
..............................
.............................................
.................................................................
ทางด้านมิกกี้กับจุนซู หลังจากที่มิกกี้ลากจุนซูมาถึงห้องพัก เขาเปิดประตูพร้อมกับเหวี่ยงร่างเล็กเข้าไปด้านใน จนร่างเล็กนั้นเซถลาล้มลงไปนอนกับเตียงนุ่ม
“ นี่นาย....คนนะ ไม่ใช่หมูใช่หมาที่นึกจะทำอะไรก็ทำได้น่ะ” จุนซูหันมาตะโกนเสียงแหววใส่มิกกี้ทันที
“ ฮึ.....อย่าคิดว่าชั้นไม่รู้นะจุนซู ว่านายคิดอะไรอยู่” มิกกี้พูดเสียงเย็นยืนกอดอก อยู่ตรงหน้าประตู สายตาเรียบเฉยเหมือนคนไม่มีความรู้สึก แต่ก็แฝงไปด้วยความหน้ากลัว ผิดกับเวลาที่อยู่ต่อหน้าแจจุงและยูโนว ทำให้ร่างเล็กนี้เริ่มรู้สึกกลัวคนตรงหน้าขึ้นมา
“ นายน่ะ....คิดจะพรากยูโนวไปจากแจจุงใช่มั๊ยล่ะ” มิกกี้พูดต่อ
“ น่ะ...นาย...พูดเรื่องอะไร....”
“ นายก็เลยทำทุกอย่างแม้กระทั่งสั่งให้เรนมาปล้ำแจจุง....เพื่อแจจุงจะได้รู้สึกผิด รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่คู่ควรที่จะคู่กับยูโนวได้ ทีนี้นายก็จะได้ยูโนวไป ฮึ....แต่นายคงไม่รู้สินะว่ายูโนวน่ะรักแจจุงมากแค่ไหน ถึงแม้ว่าแจจุงจะต้องตกอยู่ในสภาหแบบไหน อย่างไร ยูโนวก็ยังรักแจจุงอยู่ดี.....”
“ นายพูดเรื่องอะไรน่ะ...เรนคือใคร?....ชั้นไม่รู้จัก” จุนซูทำใจสู้เถียงออกไปแต่มันก็แฝงไปด้วยความกลัว
“ ชั้นรู้นะว่า วันที่ชั้นไปดูหนังกับ ยูโนว กับแจจุง แล้วเจอกับพวกเรนน่ะ วันนั้นนายก็อยู่ที่นั่นด้วย” มิกกี้พูดพลางจ้องตาของจุนซู
“ นายจับตาดูทั้งยูโนวและแจจุงตลอด จนกระทั่งหนังเลิก นายเลยเข้าไปทำความรู้จักกับเรน เพราะรู้ว่าเรนเคยเป็นแฟนของแจจุงมาก่อน และก็ได้สั่งให้หมอนั่นมันมาข่มขืนแจจุง แล้วที่บ้านแจจุงวันนั้นนายก็แกล้งแจจุงสารพัดอย่าง ทั้งหมดนายกะเตรียมและคำนวนไว้หมดแล้วตั้งแต่ที่นายเข้ามาทักชั้น เพื่อขอให้ชั้นช่วยพาไปที่โรงเรียน และนายก็จงใจว่าคนๆนั้นต้องเป็นชั้นเท่านั้น เพราะนายรู้ว่าชั้นรู้จักกับยูโนวอย่างแน่นอน”
“ และวันนั้นวันที่ยูโนวโดนซ้อม นายก็รู้ เพราะพอวันต่อมานายจึงรีบมาดักชั้นที่ป้ายรถเมล์เพื่อที่จะได้ให้ชั้นช่วยพาไปที่บ้านของแจจุง ที่จริงนายจะไปเองก็ได้ในเมื่อนายรู้ที่อยู่ของแจจุงอยู่แล้ว แต่นายก็ไม่ทำ เพราะถ้าเกิดนายไปเองมันก็จะเป็นที่สงสัยเกินไป ที่ชั้นพูดมาทั้งหมด มันถูกต้องใช่มั๊ยล่ะ” มิกกี้พูดไปกระแทกเสียงบ้างเป็นบางช่วงให้คนตัวเล็กได้สะดุ้งและเกิดอาการกลัวขึ้นมาบ้าง พอตอนจบมิกกี้ก็ปรับเสียงให้เป็นเสียงที่เย็นยะเยือกเช่นเดิม ใบหน้าของจุนซูที่ดูหวาดกลัวในตอนแรกก็ได้เปลี่ยนเป็นสีหน้าเย้ยหยัน
“ หึหึ....ชั้นล่ะประมาทนายมากไปจริงๆ.....มิกกี้....นายนี่ช่างสังเกตดีจังนะ ใช่....ชั้นชอบยูโนว...อ๊ะ....ไม่ใช่สิ ชั้นชอบยุนโฮ ชอบมาตั้งแต่เด็ก แต่ยุนโฮก็ไม่เคยชอบชั้นอย่างที่ชั้นชอบเขา เขารักชั้นแบบน้องชายมาตลอด แต่ชั้นก็ไม่เคยคิดที่จะเลิกชอบเขาเลย ชั้นกับเค้ายังคงได้เจอกันอยู่ทุกวัน ไปโรงเรียนแล้วกลับบ้านด้วยกัน ชั้นไม่เคยเหงาเพราะตลอดเวลาชั้นมียุนโฮอยู่ข้างๆเสมอ แต่เมื่อไม่นานนี้เค้าบอกกับชั้นว่าจะย้ายมาอยู่ที่โซล นายรู้มั๊ยว่านั่นน่ะ มันทำให้ชั้นเจ็บปวดแค่ไหน ชั้นจะไม่ได้อยู่ใกล้เขาเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว และชั้นก็รู้อยู่แก่ใจว่า เมื่อเขามาที่โซลเขาต้องมีคนอื่นมาอยู่เคียงข้างเขาแทนที่ชั้น แค่คิดแค่นั้นชั้นก็ทนไม่ได้แล้ว...นายรู้มั๊ย” จุนซูตะโกนออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลจากดวงตาคู่สวยทั้ง 2 ข้าง มิกกี้ชะงักไปเล็กน้อย
- - ไม่ได้.....เราจะมาใจอ่อนตอนนี้ไม่ได้ - - มิกกี้พยายามข่มใจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“ นายทำอย่างนั้นจริงๆหรอ...จุนซู” เสียงหวานแต่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและไม่เชื่อ ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องพัก
“ แจจุง...” ทั้งมิกกี้และจุนซูครางออกมาพร้อมกัน
“ ชั้นไม่คิดเลยนะว่านายจะทำแบบนั้นกับชั้นได้....” แจจุงพูดพลางเดินเข้ามาหาจุนซู ส่วนมิกกี้นั้นก็ได้แต่ยืนอึ้ง เพราะไม่คิดว่า แจจุงจะมาได้ยินบทสนทาเมื่อครู่เข้า
“ นายรู้มั๊ยว่าชั้นรู้สึกยังไง การที่ต้องถูกทรมานแบบนั้นน่ะ มันเจ็บปวด น่ารังเกียจและทรมานแค่ไหน นายรู้บ้างมั๊ย” แจจุงพูดเสียงดังใส่คนตรงหน้า พร้อมทั้งเขย่าตัว
....พลั่ก.... จุนซูออกแรงผลักแจจุงออกไปไกลตัว ทำให้แจจุงเซถาไป แต่มิกกี้ก็เข้ามารับไว้ได้ทัน
“ ทำไมล่ะ....แล้วทีนาย นายยังแย่งยุนโฮไปจากชั้นได้ นายเคยรู้บ้างมั๊ยว่าชั้นรู้สึกยังไง....”
“ ดะ....เดี๋ยวนะ นายเรียกยูโนวว่า ยุนโฮ อย่างงั้นหรอ?” แจจุงเอ่ยเสียงเบาพลางจับปาก
“ ฮึ.....ก็ใช่น่ะสิ....นายนี่มันไม่เหมาะสมจะคู่กับยุนโฮจริงๆ แค่ชื่อจริงของเขา นายก็ยังไม่รู้.....โง่ชะมัด” จุนซูแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนพูดขึ้น แต่แทนที่แจจุงจะรู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดเสียดแทงของจุนซู ตอนนี้...เขากลับรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังหยุดนิ่ง
- - ไม่จริงใช่มั๊ย? ยูโนว คือ ยุนโฮ อย่างนั้นหรอ - -
ร่างบางผละออกจากมิกกี้ แล้วรีบวิ่งออกไป จากบ้านพักทันที ไม่นานร่างบางก็วิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านพักของตน ก่อนจะยกข้อมือด้านซ้ายของตน ที่มีโซ่เงินพร้อมจี้สี่เหลี่ยมขึ้นมาดู
..........................
......................................
....................................................
“ ยุนโฮๆๆ......เล่นกันอยู่ที่ไหนลูก” เสียงของผู้เป็นมารดาของเด็กชายยุนโฮดังขึ้น ขณะที่เด็กชายทั้งสองคน ทั้งยุนโฮและแจจุง กำลังกินไอศกรีมกันอยู่ เด็กชายทั้งสองละสายตาไอศกรีม มองมาที่มารดาของเด็กชายยุนโฮ
“ อ๊ะ....อยู่นี่เอง แจจุงลูก คุณแม่ของหนูจะกลับบ้านแล้วล่ะ” คุณนายชอง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แทนที่แจจุงน้อยจะรู้สึกดีไปกับคำพูดนั้น เขากลับรู้สึกใจหาย ราวกับเด็กน้อยถูกแย่งของเล่น เขาหันกลับไปมองยุนโฮที่นั่งอยู่ข้างๆกัน แต่ที่ตรงนั้นก็กลายเป็นที่ว่างไปเสียแล้ว ในเมื่อเจ้าของที่ได้ลุกหายออกไป
- - ยุนโฮหายไปไหน - -
“ เอ๋....ยุนโฮหายไปไหนแล้วล่ะเนี่ย ไวจริงๆเลยลูกคนนี้....แจจุงรีบไปเถอะนะจ๊ะ เดี๋ยวคุณแม่ของหนูเค้าจะรอนาน” คุณนายชองกล่าวพร้อมยื่นมือมาตรงหน้าเด็กชาย แจจุงจับกับมือนั้นก่อนที่จะค่อยๆเดินไป แต่ถ้าหากว่าคุณนายชองได้เห็นหน้าของเด็กชายตอนนี้ ดวงตากลมโตที่เริ่มมีน้ำใสๆคลอ ไม่นานคุณนายชองก็เดินดำแจจุงน้อยมาจนถึงหน้าบ้านที่ซึ่งคุณแม่ของแจจุงยืนรออยู่
“ ไปกันเถอะลูก....คุณนายชองคะ วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะ แจจุงสวัสดีคุณน้าเขาสิลูก” ผู้เป็นแม่พูดกับคุณนายชองก่อนที่จะหันมาพูดกับลูกชายของตน แจจุงโค้งตัวให้ทีหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา แต่สายตากลับมองผ่านหลังของคุณนายไป สายตาของแจจุงหมองลงเล็กน้อย เมื่อมองไม่เห็นใครบางคน
“ ไปกันเถอะ..” คุณนายคิมกล่าวขึ้นก่อนที่จะจูงมือลูกชายตัวน้อยของตนไป
“ เดี๋ยว....แจจุง....” เสียงหนึ่งดังขึ้นไล่หลังมา
“ ยุนโฮ” แจจุงพูดออกมาเสียงดัง ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ยุนโฮวิ่งเข้ามาหาแจจุงทันที ก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างให้แจจุง แจจุงรับไว้พร้อมกับทำสีหน้างงๆ
“ เอาไว้นายใส่ได้เมื่อไหร่ นายค่อยใส่ละกัน....มันเป็นสร้อยข้อมือของพ่อชั้นเองแหละ ส่วนของชั้นก็มีนะ” ยุนโฮพูดพลางชูสร้อยข้อมือสีเงินพร้อมจี้สี่เหลี่ยมเล็กให้ดู ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับที่ยุนโฮเพิ่งให้แจจุงไปเมื่อกี้
“ อืม...ขอบคุณนะ” แจจุงกล่าว.....ใบหน้าน่ารักอมยิ้มน้อยๆ ผู้เป็นแม่ของเด็กชายทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา
“ แจจุง....เราต้องไปกันแล้วล่ะลูก” คุณนายคิมกล่าวอีกครั้ง แจจุงมองหน้ายุนโฮ
“ แล้ววันนึง เราจะได้พบกันอีก ชั้นจะจำนายได้ถ้านายใส่สร้อยนี้ไว้” ยุนโฮพูดจบก็ยิ้มให้กับแจจุง
“ อืม....” แจจุงตอบรับก่อนที่จะเดินตามผู้เป็นแม่ไป
“ บ๊ายบาย....แจจุง” ยุนโฮตะโกนไล่หลัง
“ บ๊ายบาย....ยุนโฮ” แจจุงหันกลับมาตะโกนด้วยเสียงน่ารัก พร้อมโบกไม้โบกมือให้ ก่อนที่เขาและแม่จะเดินลับไป
...........................
........................................
......................................................
สายตาของแจจุงยังคงจับจ้องอยู่ที่สร้อยข้อมือ สร้อยเส้นนี้เป็นความทรงจำที่มีค่าสำหรับเขาตลอดมา แต่ว่าต่อจากนี้ไปล่ะ
แอด......เสียงเปิดประตูบ้านพักดังขึ้น
“ อ้าว...แจจุงนายลืมอะไรไว้หรอ” ยูโนวที่เพิ่งเปิดประตูออกมากล่าวขึ้น แต่กลับไร้เสียงตอบรับจากแจจุง
“ .....เป็นอะไรไปรึป่าวแจจุง....นี่ชั้นว่าเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวมิกกี้กับจุนซูจะรอนาน” ยูโนวพูดขึ้นก่อนจะคว้าข้อมือของแจจุงแล้วเดินไป แต่แจจุงก็ฝืนแรงนั้นไว้
“ เดี๋ยวก่อนสิ....ยุนโฮ” แจจุงพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบๆ แต่ก็ทำให้อีกคนหนึ่งหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว
“ แจจุง....” ยุนโฮกล่าวด้วยสีหน้าอึ้งๆ แจจุงเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ตัดพ้อ
“ สนุกนักใช่มั๊ย....ที่ผ่านมานายคงหัวเราะเยาะชั้นอยู่ล่ะสิ ชั้นคงเป็นตัวตลกที่งี่เง่าในสายตานายใช่มั๊ยล่ะ....ฮึก....นายจะรู้บ้างมั๊ย ว่าคนที่รอคอยใครบางคนอยู่ตลอดเวลา หวังเพียงว่าสักวันนึง จะได้เจอใครคนนั้น นายรู้มั๊ยว่าชั้นรู้สึกยังไง....แต่นายก็ยังมาล้อเล่นกับความรู้สึกของชั้น....ฮึก....” น้าใสๆ...บัดนี้มันได้ไหลลงมาเปรอะเปื้อนใบหน้าหวาน ยุนโฮอึ้งเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปโอบกอดร่างบางตรงหน้า แต่แจจุงกลับผลักไสอ้อมกอดนั้น
“ แจจุง....นายฟังชั้นก่อน” ยุนโฮพูดพลางคว้าข้อมือทั้ง2ของร่างบางไว้
“ ไม่.....ชั้นจะไม่ฟังอะไรจากนายทั้งนั้น” แจจุงพยายามที่จะสะบัดข้อมือออก แต่ก็ไม่สามารถหลุดได้
“ นายฟังชั้นสักนิดไม่ได้รึไง...แจจุง” ยุนโฮเริ่มขึ้นเสียงมือทั้งสองข้างที่จับข้อมือร่างบางไว้เริ่มบีบแน่นขึ้น
“ ไม่....ชั้นบอกให้ปล่อยยังไงเล่า ชั้นไม่อยากฟังคำพูดจากคนหลอกลวงอย่างนาย”
“ คนหลอกลวงอย่างนั้นหรอ.....ได้....ในเมื่อนายไม่อยากฟังเหตุผลของชั้น ชั้นก็จะเป็นคนหลอกลวงให้นาย....แจจุง” ทันทีที่ยุนโฮพูดจบ ก็ก้มลงไซร้ซอกคอขาวนั้น ร่างบางผลักยุนโฮออกเต็มแรง ก่อนที่จะถอดโซ่เงินที่ข้อมือด้านซ้ายออกแล้วปาใส่ร่างสูงที่ยืนอยู่ทันที โซ่เงินนั้นปะทะกับอกด้านซ้ายของยุนโฮก่อนที่จะตกลงน้ำ จากนั้นแจจุงก็วิ่งออกไปทันที
“ แจจุง....แจจุง....” ร่างสูงรีบวิ่งตาม แต่ก็ดูเหมือนว่ามันไม่ทันเสียแล้ว เขาเดินกลับมายังจุดเดิม ที่ๆเขาเพิ่งทำสิ่งที่ไม่ดีกับคนที่เขารัก
“ จริงสิ.....สร้อย” ยุนโฮพูดกับตัวเองก่อนที่จะมองลงไปในน้ำทะเลที่ตอนนี้เริ่มเป็นสีดำ เนื่องจาเป็นเวลาที่เย็นมากแล้ว ยุนโฮไม่รีรออะไรทั้งสิ้น เขารีบถอดเสื้อที่สวมอยู่ก่อนจะกระโจนลงน้ำไป
“ อยู่ไหนนะ” ยุนโฮสบถกับตัวเอง เพราะเนื่องจากสภาพของน้ำทะเลไม่ได้เป็นใจกับการหาโซ่เงินของเขาเลย การที่จะหาโซ่เงินเส้นหนึ่งที่ตกลงไปในทะเลมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่เขาก็ยังคงไม่ละความพยายาม เขายังคงดำผุดดำว่ายเพื่อหาโซ่เส้นนั้นให้ได้ เพราะสิ่งนั้นเป็นของคนที่เขารัก มันจะหายไปแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด
...............................
.............................................
ร่างบางของแจจุงที่วิ่งออกมาจากที่พักไกลพอสมควร นั่งลงกับพื้นทรายสวยอย่างเหนื่อยอ่อน ใบหน้าและดวงตาคู่สวยทั้งสองข้างยังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา
ทำไมนะ ทำไมยูโนวถึงไม่ยอมบอกเขา ต้องการปกปิดมันไว้เพื่ออะไรกัน หรือต้องการหัวเราะเยอะเขาเวลาที่เขาคิดถึงยุนโฮ หัวเราะเขาเวลาที่เขานึกถึงเรื่องราวสมัยเด็ก ทำไมนะยูโนว ทั้งๆที่ชั้นเชื่อใจนายและหวังว่านายจะไม่ทำให้ชั้นเสียใจ แต่นายก็กลับทำกับชั้นเหมือนเป็นตัวตลกตัวหนึ่ง.....ทำไมนะ ทำไมชั้นต้องรักคนอย่างนายด้วยยูโนว
.................................
...............................................
มิกกี้และจุนซูทั้งคู่ต่างตกอยู่ในความเงียบ เมื่อแจจุงได้วิ่งออกไปจากห้องนี้เรียบร้อยแล้ว
“ นายต้องการอะไรกันแน่” มิกกี้ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก หากใครที่รู้จักเขาดีคงจะรู้ได้ว่า น้ำเสียงนี้มันน่ากลัวขนาดไหน เพราะมันบ่งบอกถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคู่สนทนา ในอีกไม่ช้านี้
“ ก็ชั้นบอกไปแล้วไง....ว่าชั้นต้องการยุนโฮของชั้นคืน ยุนโฮต้องเป็นของชั้น” ตวาดเสียงดังหวังที่จะให้คนตรงหน้ารู้ถึงความมุ่งมั่นของเขา
“ ฮึฮึ.....ชั้นจะบอกอะไรให้นะ....ถึงนายจะได้ตัวยุนโฮไป แต่นายก็ไม่มีวันที่นายจะได้หัวใจของยุนโฮไปหรอก ในเมื่อหัวใจทั้งหมดของยุนโฮมันอยู่กับเพื่อนของชั้น.....นายได้ยุนโฮไปมันก็เหมือนกับนายได้แค่ซากศพที่ไร้วิญญาณของยุนโฮเท่านั้นเอง....ฮึ...คิดแล้วก็น่าสมเพช” กระแทกเสียงลงในตอนท้ายให้คนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าได้เจ็บใจเล่น
“ ไม่มีทาง....ถ้ายุนโฮได้อยู่กับชั้น ซักวันเค้าก็ต้องรักชั้นอย่างคนรัก แน่นอน” ใช่สิ....สักวันยุนโฮต้องรักเขา
“ แค่ที่ผ่านมานายยังไม่รู้อีกรึไง ว่านายน่ะ เป็นได้แค่ไหน ทั้งที่นายอยู่ใกล้กับยุนโฮเพียงแค่เอื้อม ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งหลายปี นายยังไม่มีน้ำยาที่จะทำให้ยุนโฮรักนายได้เลย...รักได้ก็แค่น้องชาย แต่นายลองดูแจจุงสิ เพียงเจอกันแค่ครั้งเดียวก็ทำให้ยุนโฮหลงรักได้มาจนถึงทุกวันนี้....แค่นี้ชั้นว่านายก็น่าจะรู้ได้แล้วนะว่าผลแพ้ชนะมันจะออกมาเป็นยังไง” น้ำเสียงบวกกับหน้าตาของมิกกี้ในตอนนี้ ช่างยั่วอารมณ์ความโกรธของคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี
“ ไม่จริง!!!....อีกไม่นานยุนโฮต้องมารักชั้น ในเมื่อยัยนั่นมันสกปรกไปแล้ว มันโดนเรนข่มขืนไปแล้ว ยุนโฮต้องมารักชั้นที่สะอาดกว่า” จุนซูเถียงออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ ในขณะที่มิกกี้ยังคงมีสีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนแต่อย่างใด หากใครเล่าจะรู้ว่าในใจของเขาเจ็บแค้นเพียงไรที่มีคนมาทำร้ายเพื่อนรักเขาถึงขนาดนั้น แถมคนที่บงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ยังเป็นรักแรกพบของเขาเสียนี่
“ นายแน่ใจหรอ...หืมมมมม....ว่าตัวนายน่ะ สะอาดจริง” มิกกี้ถาม มองคนตรงหน้าด้วยสายตาโลมเลียไปทั่วร่างกาย พลางย่างสามขุมเข้าไปหา...
“ แน่สิ....น่ะ...น่ะ....นายจะทำไรน่ะ....เดินเข้ามาทำไม....ออกไปนะ” ตอบไปอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะถามขึ้นด้วยเสียงตะกุกตะกัก ค่อยๆย่างเท้าถอยหลังไปเรื่อยๆ จนมันไม่มีที่ไปหลังของจุนซูชิดกำแพง....
“ ช่างมั่นใจเสียเหลือเกินนะ....ในเมื่อมั่นใจซะขนาดนี้ชั้นก็ดีใจ.....ที่ต่อไปนี้นายจะได้โดนเหมือนกับที่เพื่อนของชั้นโดนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน....อ่อ....คงจะต่างกันแค่เวลาและสถานที่ล่ะนะ” มิกกี้ยังคงก้าวเท้ามาเรื่อยๆ จุนซูซึ่งตอนนี้ไม่มีที่ให้ถอยไปไหนได้อีกแล้ว มองซ้ายมองขวา....นั่นประตู....ไม่รอช้ารีบกระโจนเปิดประตูบานนั้นแล้วรีบเข้าไปทันที แต่ก่อนที่ประตูนั้นจะปิดลง ก็มีมืออันแข็งแกร่งมายันเอาไว้
“ จะหนีไปไหน....อ๊ะ...ในห้องน้ำหรอ....ได้เลยชั้นจะสงเคราะห์ให้” มิกกี้ผลักประตูห้องน้ำไปสุดแรง เป็นผลให้จุนซูกระเด็นไปติดผนังห้องน้ำอีกฝั่ง ร่างสูงของมิกกี้ย่างกายเข้ามาในห้องน้ำจนเต็มตัว ปิดประตูห้องน้ำพลางล็อกกลอนเสร็จสรรพ
“ ออกไปนะไอบ้า....นายมันบ้าไปละ....อุบ...” จุนซูยังคงแผดเสียงใส่อย่างเสียงดังก่อนที่จะต้องหยุดลงเมื่อปากเรียวสวยนั้นถูกครอบครองด้วยปากอวบอิ่มของอีกคน มือทั้งสองข้างของคนตัวเล็กพยายามผลักไสอกแกร่งที่เข้ามาแนบชิดกับตน แต่ก็ทำอย่างนั้นอยู่ได้ไม่นานคนตัวเล็กก็ถึงกับอ่อนแรงกับรสจูบอันร้อนแรงที่ร่างสูงมอบให้ จูบอันหนักหน่วง ลิ้นสวยที่สอดแทรกเข้าไปควานหาความหอมหวานจากอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง เนิ่นนาน จนต้องจำใจถอนออกมาอย่างเสียดาย
“ นายทำแบบนี้กับชั้นไม่ได้นะ...ปล่อย” เสียงนั้นถูกเปล่าออกมาทันทีที่ปากเรียวเป็นอิสระ พยายามสะบัดข้อมือให้หลุดพ้นจากพันธนาการของอีกฝ่าย
“ ทำไมชั้นจะทำอย่างนี้กับนายไม่ได้ ในเมื่อนายยังทำกับเพื่อชั้นได้เลย....คราวนี้นายจะได้รู้สักทีว่า.....ความรู้สึกจากการที่ถูกคนที่ไม่ได้รักข่มขืนมันเป็นยังไง!!!” พูดด้วยเสียงเย็นเรียบในตอนแรกก่อนจะกระแทกเสียงลงในตอนท้าย พูดไปแล้วก็รู้สึกเจ็บอยู่ข้างในลึกๆ.....ใช่จุนซู...คนที่นายไม่ได้รัก
ซ่า.....เสียงน้ำจากฝักบัวที่ถูกเปิด ช่วยสร้างอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ร่างสูงบดเบียดริมฝีปากลงอีกครั้ง ดูดดื่มและเนิ่นนานจนอีกคนเผลอครางออกมา
“ อืมมมม.....” มิกกี้ลากไล้ริมฝีปากลงมายังซอกคอขาว
“ อ๊ะ...ยะ....อย่านะ...” เสียงครางหวานของจุนซูยิ่งฉุดอารมณ์ของมิกกี้ให้สูงขึ้น เขาขบผิวหนังบอบบางนั่นจนเป็นรอยแดง ไม่นานร่างกายของทั้งคู่ก็ไร้อาภรณ์ใดๆปกปิดอยู่ มือของมิกกี้ค่อยๆลูบจากโคนขาเรื่อยขึ้นมา ก่อนที่จะหยุดอยู่ที่กลางลำตัวของร่างบาง


















