2009/Jan/02

Title :: [Re-Fic] ::*:: My childhood ::*::
Chapter :: 9
Paring :: YunJae , YooSu
Story by :: k-chan and zodaUzeed

 

-9-



ทุกคนของว่างมาแล้วเสียงอันสดใสของแจจุงดังขึ้นจากหน้าประตูห้องรับแขก

ว้าว.....น่ากินจังเลย.....น่ากินเหมือนคนทำเลย....ฮิฮิยูโนวที่นั่งอยู่ที่โซฟามองถาดขนมที่ร่างบางถือแล้วเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะเงยหน้ามองใบหน้าของร่างบางด้วยสายตาหยาดเยิ้ม

โห....นี่เสร็จกันไปแล้วหรอเนี่ย.....แมร่งเร็วจริงๆเมื่อจบสิ้นเสียงของร่างสูงมิกกี้ก็โผลงขึ้นมาทันที ทำเอาแจจุงที่แก้มสีระเรื่อแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที

จะบ้ารึไงมิกกี้ตวาดกลับแต่ก็พยายามที่จะไม่สบตากับเพื่อนคนนี้นาน

เอ่อ....จุนซู...เดี๋ยวอยู่ทานข้าวด้วยกันนะเมื่อมันเขินมากนักก็เปลี่ยนเรื่องซะเลย

อะไรกัน ชวนแต่จุนซู...ไม่เห็นจะชวนมิกกี้สุดหล่อคนนี้บ้างเลยมิกกี้พูดขึ้นทำท่างอนๆกอดอกพลางเชิดหน้าหันไปอีกทาง

นายน่ะ.....ถึงไม่ชวนก็อยู่กิน อยู่แล้วไม่ใช่รึไงแจจุงพูดพลางเหล่ตามอง

งั้นชั้นไปทำกับข้าวก่อนนะเมื่อมิกกี้ยังทำท่าเหมือนจะงอนไม่เลิก ก็ปล่อยไว้อย่างนั้น(พูดง่ายๆขี้เกียจง้อ)แล้วจึงเอ่ยขอตัวแยกออกไปทำกับข้าว

แจจุงจ๋า....ให้ชั้นไปช่วยน้าก่อนที่แจจุงจะหันหลังเดินออกไปอย่างเต็มตัว ยูโนวก็เรียกชื่อเขา ทำให้ต้องหันมาอีกรอบ ยูโนวพูดออกมาทำตาปริบๆ

ไม่ต้องเลย...นายน่ะนั่งอยู่อย่างนี้แหละดีแล้ว...แผลก็ยังไม่หายแจจุงบ่นออกไปเป็นผลให้ยูโนวหน้าเศร้าลงทันที

เอางี้ดีกว่า...ให้ชั้นไปช่วยละกันแจจุงคนตัวเล็กที่นั่งเงียบอยู่สักพักเอ่ยขึ้น ในตอนแรกแจจุงจะปฏิเสธ แต่ใบหน้าใสและรอยยิ้มน่ารักนั่นทำให้เขาปฏิเสธไม่ลง

อืม...เอาสิ

งั้นชั้นไปด้วยคนมิกกี้เอ่ยขึ้นทันทีที่แจจุงตอบตกลง แต่ที่จริงแล้ว มิกกี้ก็ไม่ได้อยากจะช่วยทำอาหารหรืออะไรหรอก....แค่อยากเห็นใบหน้าของคนตัวเล็กเวลาที่ขมักเขม้นยามทำอาหารก็แค่นั้น แต่ทำไมเพื่อนซี้ของเขาต้อง....

ไม่ต้องเลย...นายไปก็เกะกะป่าวๆขัดขวางด้วย พูดจบก็เดินออกไปทันที ตามด้วยคนตัวเล็กที่อมยิ้มหวานๆมีแอบขำเล็กน้อยเดินตามออกไป
...................................
.....................................................
.............................................................................

วันนี้แจจุงจะทำอะไรเป็นอาหารกลางวันหรอถามออกมาด้วยสีหน้าสดใส

ข้าวหน้าเนื้อกับซุปเต้าหู้ขาวอ่ะ....จุนซูเคยทำมั๊ยถามออกไป มือก็ยังคงจัดเตรียมของเพื่อปรุงอาหารต่อไปเรื่อยๆ

ไม่เคยหรอก....อืม...แล้วทำไมถึงทำซุปเต้าหู้ขาวล่ะ ชั้นว่าน่าจะทำกิมจิที่เป็นของชอบของยูโนวมากกว่านะเอ่ยออกมามือทั้งสองข้างท้าวกับโต๊ะไม้กลางห้องครัว....มองร่างบางของแจจุงที่จัดเตรียมของ

ไม่ได้หรอก ยูโนวกำลังไม่สบาย ต้องกินซุปเนี่ยแหละ.....จะได้ช่วยล้างพิษด้วยไงหยิบของชิ้นสุดท้ายวางบนโต๊ะ พอประโยคสุดท้ายก็เงยหน้าขึ้นพูดจนจบแล้วยิ้มให้.....คนหนึ่งยิ้มด้วยความจริงใจกับอีกคนหนึ่งแสร้งยิ้มเพื่อตบตาทุกคน....เมื่อจุนซูไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแจจุงจึงเริ่มทำอาหารมื้อเที่ยงโดยเริ่มจากการหั่นสไลด์เนือก่อน

นี่แจจุง....ชั้นช่วยหั่นผักละกันนะคนตัวเล็กเอ่ยขึ้นมา

อือ...เอาสิ...หั่นเป็นใช่มั๊ยคนตัวเล็กผงกหัวเล็กน้อย เห็นดังนั้นร่างบางก็หันไปหยิบเขียงกับมีดอีกชุดส่งให้กับจุนซู แจจุงส่งเขียงไปก่อนแล้วจึงตามด้วยมีดโดยที่ตนจับตรงส่วนใบมีดเอาไว้แล้วยื่นทางด้านด้ามจับให้กับคนตรงหน้า จุนซูยื่นมือออกไปรับ....
..................................
.....................................................
.........................................................................

ยูโนว....เล่าเรื่องจุนซูให้ฟังหน่อยดิทันทีที่ทั้งแจจุงและจุนซูเดินหายเข้าไปในครัวเรียบร้อยแล้ว มิกกี้จึงกระโดดลงมานั่งข้างๆยูโนวแล้วถามขึ้น

ฮั่นแน่....นายชอบจุนซูเข้าแล้วล่ะสิ....ช่ายม๊ะ....หน้าแด๊งแดง....555+” ยูโนวที่เห็นท่าทีของมิกกี้ก็รู้ได้ทันทีว่า...มิกกี้คนนี้ต้องแอบรักจุนซูแน่ๆ

เออน่า....เล่ามาเหอะ อยากฟังมิกกี้ตอบปัดๆรบเร้าให้ยูโนวเล่าให้ฟังเร็วๆ

ก็จุนซูอ่ะนะ...เป็นเด็กที่น่ารักมากเลย ตอนที่ชั้นอายุประมาณ8ขวบ จุนซูก็ย้ายบ้านมาอยู่ข้างๆบ้านชั้น ตอนนั้นจุนซูก็อายุประมาณ6ขวบได้ล่ะมั้ง ชั้นได้รู้จักกับเค้าก็ตอนที่ คุณแม่ของจุนซูพาจุนซูมาทำความรู้จักกับครอบครัวชั้นที่บ้านเนี่ยแหละ และหลังจากนั้นมาจุนซูก็มาเล่นที่บ้านชั้นบ่อยๆ บางครั้งชั้นก็ไปเล่นที่บ้านของเค้าบ้าง พอไปโรงเรียนจุนซูเค้าจะมีรอยยิ้มหวานๆน่ารักให้กับทุกคน และก็ไม่เลือกที่จะให้กับใครคนใดคนหนึ่ง....เค้ามอบรอยยิ้มนั้นให้กับทุกคน และก็เพราะรอยยิ้มนั้นของจุนซูนั่นแหละ จึงมีแต่คนหลงรักเค้ายูโนวที่เล่าเรื่องของจุนซูออกมาให้มิกกี้ฟัง ก็ถึงกับอมยิ้มเล็กๆ น้องชายของเขาคนนี้ เป็นคนที่น่ารักจริงๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่น้องชายแท้ๆ แต่เขาก็รักจุนซูเสมือนน้องชายสายเลือดเดียวกัน

ช่ายยยยยยยยย.....รอยยิ้มนั่น....ชั้นชอบรอยยิ้มนั้นของจุนซูจังพูดไปก็เอามือทั้งสองข้างประคองหน้าเอาไว้ มองทอดยาวออกไปด้วยสายตาหยาดเยิ้ม....แต่แล้วจู่ๆก็หยุดการกระทำ

หนิ....ยูโนว....นายแอบรักจุนซูของชั้นรึป่าวเนี่ย(ของแกตอนไหนว่ะมิกกี้)พูดพลางเหล่มองมาทางยูโนวด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจ

จะบ้ารึไง....ชั้นมีแจจุงคนเดียวก็เกินพอแล้ว....จุนซูน่ะ ก็เหมือนน้องชายคนหนึ่ง....ชั้นรักเค้าเหมือนน้องชาย...เข้าใจยังอ่ะอธิบายให้ฟัง เมื่อจบก็หันมาถามกลับ

เข้าใจละตอบแล้วยิ้มให้ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าประตูห้องนั่งเล่น

แล้วนายจะไปไหนน่ะยูโนวเรียกถาม มิกกี้หยุดเดิน

ก็ไปดูใบหน้าจุนซูของชั้นตอนทำอาหารน่ะสิหันมาตอบยูโนวด้วยสีหน้าเหมือนคนเพ้อฝัน แล้วก็เดินออกไป ยูโนวที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว ยิ้มกับท่าทางบ้าๆบอๆของมิกกี้ ส่ายหัวไปมาเล็กน้อย...แล้วก็หยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่าน
.......................................
..............................................................
...............................................................................................

มิกกี้เดินมาถึงหน้าห้องครัว เขาเลือกที่จะแอบมองดูใบหน้าน่ารักนั้นอย่างเงียบๆอยู่ตรงนี้

โอ๊ย !! ซี๊ดดดเสียงร้องของแจจุงดังขึ้นจากในห้องครัว เพราะมีดที่เขาส่งให้จุนซู มันเกิดบาดลึกลงไปยังนิ้วเรียว เลือดสีแดงสดที่ไหลทะลักออกมา บ่งบอกให้รู้ว่าแผลที่ได้มานั้นมันลึกเพียงไร มิกกี้ที่ยืนอยู่ด้านนอก เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กำลังจะก้าวขาเข้าไปดูอาการของเพื่อนตัวเอง แต่ก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อสายตาของเขาพลันไปเห็นสิ่งๆหนึ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในตอนนี้ รอยยิ้มที่มุมปากบ่งบอกถึงความสะใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รอยยิ้มนั้นของจุนซู

อ๊ะ...แจจุง...ชั้นขอโทษ...ชั้นไม่ได้ตั้งใจนะจากรอยยิ้มนั้นกลับกลายเป็นสีหน้าตกใจและเสียใจอย่างรวดเร็ว

ไม่เป็นไรๆ แผลแค่นี้เอง เดี๋ยวล้างแผลใส่ยาติดพลาสเตอร์ ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วตอบกลับพร้อมกับหันไปล้างมือในอ่างน้ำ

งั้นชั้นไปเอากล่องยามาให้นะพูดไปด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะสำนึกผิด....แต่พอจุนซูหันหลังกลับ ก็ต้องตกใจสะดุ้งในเมื่อ

อ่ะ...กล่องยามิกกี้ที่เดินถือกล่องยามาหยุดยืนอยู่ข้างหลังจุนซูเงียบๆ สร้างความตกใจให้แก่คนตัวเล็กได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“ ......มิกกี้.....จุนซูพึมพำออกมาเบาๆ เบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน

อ่าว....มิกกี้....มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย.....ชั้นบอกให้นายนั่งรออยู่กับยูโนวไม่ใช่รึไง

ก็แค่มาดูว่าแอบใส่ยาถ่ายให้ชั้นกินรึป่าว....พอมาถึงก็เห็นนายโดนมีดบาด....เลยหยิบกล่องยามาให้ด้วย....ผิดหรอพูดเสียงเรียบๆและเน้นหนัก โดนมีดบาด ก่อนจะทำเสียงสลดในตอนท้าย

เออๆ....ไม่ผิดๆ...ขอบคุณมากนะคร๊าบไอเพื่อนรัก แต่ ถ้าจะให้ดี ทำแผลให้ด้วยดิตอบแบบปัดๆแล้วจึงโค้งให้เป็นการขอบคุณ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มทะเล้นๆในตอนท้าย

ก็ได้....แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนแหน่ะมีการต่อรองอีก

อะไรง่ะจะต่อรองอะไรนักหนาเนี่ย คนเจ็บนะโว้ยไอมิกกี้

โถ่....นายก็รู้

มิกกี้คร๊าบ มิกกี้คร๊าบ ทำแผลให้หน่อยสิคร๊าบลากเสียงยาวๆทำหน้าตาอ้อนๆนิดนึง

ดีมาก.....ตอบรับพลางจัดแจงทำแผลให้แจจุงเสร็จเรียบร้อย เมื่อทำแผลเสร็จก็ถือโอกาสช่วยทำกับข้าวไปซะเลย....รู้สึกกันมั๊ยว่า ตอนนี้จะมียูโนวเพียงคนเดียวที่นั่งอ่านหนังสือเป็นคุณชายอยู่ในห้องนั่งเล่น (รอเวลาให้ภรรยาเอาอาหารมาเสิร์ฟ)
.........................................
..................................................................
.................................................................................................

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ อาหารทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างน่าทานบนโต๊ะอาหารตัวสี่เหลี่ยม อย่างสวยงาม ทั้ง4คนนั่งพร้อมหน้ากันอยู่บนโต๊ะ

นี่...อาทิตย์หน้าอ่ะ...ที่โรงเรียนพวกเราหยุด5วันใช่ป่ะ....ชั้นว่าพวกเราไปเที่ยวกันดีม่ะระหว่างที่กินข้าวกันอยู่มิกกี้ก็พูดแทรกขึ้น

เที่ยวหรอ...ก็ดีนะ...แจจุงว่าไงยูโนวทวนคำถามก่อนที่จะหันมาถามแจจุงที่นั่งอยู่ข้างๆ

อืม...ก็ดีนะ จะได้ถือว่าไปพักผ่อนไปในตัวเลย....ว่าแต่นายคิดไว้รึยังอ่ะ ว่าจะไปที่ไหนร่างบางกลืนข้าวที่อยู่ในปากก่อนที่จะตอบคำถาม

แน่นอน....ชั้นต้องคิดไว้อยู่แล้ว...ที่นี่นะ ชั้นฝันว่าจะไปมาตั้งนานแล้วนั่นก็คือ...มัลดีฟ....ทุกคนคิดว่าไง ดีม่ะ น้ำทะเลใสๆ ชั้นล่ะอยากไปที่สุดมิกกี้ตอบออกมาพลางนึกถึงตนเองในตอนเด็ก ที่เห็นภาพหมู่เกาะมัลดีฟจากโปสการ์ด และลั่นวาจาเสียงดังว่า ในชีวิตนี้ สักครั้งหนึ่งเขาจะต้องไปเที่ยวที่มัลดีฟให้ได้

โอเค เลยมิกกี้ ชั้นไป....มัลดีฟ...ไปแน่นอน....อยากไปมานานแล้วยูโนวพูดออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ชั้นก็ไป....มัลดีฟไม่ไปไม่ได้แล้วแจจุงเอ่ยขึ้นทันทีที่ยูโนวพูดจบ

นี่....แล้วชั้นไปด้วยได้รึป่าวเสียงของคนที่นั่งเงียบไปนานดังขั้นอีกครั้ง เสียงที่ฟังแล้วดูเหมือน หงอยๆเศร้าๆ

ไปได้สิ ทำไมจะไปไม่ได้...แล้วที่สำคัญถ้าน้องชายชั้นไม่ไปด้วย ชั้นไม่ยอมแน่ๆเมื่อจุนซูพูดจบ ดวงตาของยูโนว มองไปที่บุคคลที่เขาเปรียบเสมือนน้องชายนั้น ใบหน้าของจุนซูช่างดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน เพียงไม่นานยูโนวก็ได้กล่าวออกไปอย่างใจดีและร่าเริง

จริงๆนะถามย้ำเพื่อความมั่นใจอย่างตื่นเต้น

อืมยูโนวพยักหน้าเบาๆพลางยิ้มให้อย่างเอ็นดู

งั้น...อาทิตย์หน้าเราไปมัลดีฟกัน....แต่ตอนนี้....กินข้าวกันต่อเถอะ เหอะๆมิกกี้พูดขึ้นหลังจากที่ยูโนวพูดจบ กำมือชูขึ้นอย่างเอาชัย ก่อนที่จะลดมือลงและตั้งหน้าตั้งตากินข้าวเช่นดังเดิม
...................................
..................................................
...................................................................

ที่สนามบินอันพลุกพล่าน สองร่างที่หอบหิ้วกระเป๋าเดินทางอันใหญ่โต คนหนึ่งใส่เสื้อเชิ้ต สีชมพูอ่อนๆ กับกางเกงยีนส์สีเข้ม อีกคนหนึ่งใส่เสื้อเชิ้ตสีดำคาดขาว กับกางเกงยีนส์สีซีด ขาดๆ ตามสมัย

แจจุง....หนักรึป่าว...หืมมม...ชั้นช่วยถือมั๊ย?” ชายผู้ใส่เสื้อสีดำคาดขาวพูดขึ้นกับอีกคนด้วยน้ำเสียงห่วงใย

อื้อ....ไม่เป็นไรหรอก ชั้นว่าเรารีบมองหามิกกี้กับจุนซูดีกว่านะแจจุงตอบ ทั้งสองคนกวาดสายตามองไปทั่วสนามบินแต่แล้วก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นซะก่อน

ยูโนวววว....จุนซูนั่นเอง เค้ามาพร้อมกับเสื้อลายมิกกี้เมาส์ สีขาวกับกางเกงยีนส์ขนาดพอดีตัว

อ๊ะ....จุนซู มาถึงนานรึยังยูโนวทักขึ้น

ก็....เพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้แหละจุนซูตอบ

งั้นตอนนี้ก็เหลือแค่มิกกี้คนเดียวสินะยูโนวพูดพลางใช้สายตามองไปรอบๆ ระหว่างที่ยูโนวกำลังมองหามิกกี้อยู่นั้น จุนซูก็เข้ามาประชิดตัวยูโนวพร้อมกับนำมือเข้าไปคล้องแขน

ยูโนว....ทำไมไม่ให้แจจุงโทรไปหามิกกี้ล่ะ เค้าเป็นเพื่อนกันหนิใช่มั๊ย....แจจุง?” จุนซูพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหน้ารักแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน มือข้างหนึ่งที่คล้องแขนยูโนวอยู่นั้นเริ่มแน่นขึ้น แจจุงมองภาพตรงหน้าอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทรหามิกกี้ ส่วนยูโนวนั้นก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับการกระทำของจุนซู แต่เขาเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ในเมื่อ....เขารู้สึกกับจุนซูแค่น้องชาย แค่น้องจริงๆ
..........................
.....................................

ไม่นานหลังจากที่แจจุงโทรหามิกกี้ทุกคนก็มากันครบ

เอาล่ะ ชั้นว่าพวกเรารีบขึ้นเครื่องกันดีกว่าเดี๋ยวจะไม่ทันยูโนวพูดขึ้นขณะที่ยืนอยู่หน้า gate

งั้นชั้นนั่งกับนายนะยุน...อ๊ะ....ยูโนว แจจุงนายไม่ว่าอะไรใช่มั๊ยจุนซูพูดเสียงอ้อนก่อนจะหันไปถามแจจุง

อ....อะ อืม...ได้สิแจจุงตอบพร้อมกับมีสีหน้าเศร้าเล็กน้อยแต่ก็พยายามซ่อนมันเอาไว้ ก็ในเมื่อตั๋วที่เค้ากับยูโนวได้มันเป็นที่นั่งติดกันน่ะสิ แต่ยูโนวก็ไม่ได้สังเกตเห็นมัน แต่ยังยังดูเหมือนว่าจะมีอีกคนที่สังเกตเห็น....

นี่นาย....จะบ้าหรอ คนเค้าเป็นแฟนกันก็ต้องนั่งด้วยกันสิ นายน่ะมานั่งกับชั้นเลยม่ะมิกกี้พูพลางคว้าข้อมือของจุนซูมาก่อนที่จะเดินนำเข้า gate ไป

ไปกันเถอะแจจุงยูโนวพูดด้วยเสียงอ่อนโยน คว้ามือนุ่มนิ่มนั้นแล้วพาเดินเข้าไป แต่ยูโนวคงจะไม่ได้สังเกตเห็นถึงสายตาของแจจุงหรอกว่าเป็นอย่างไร

- - ยูโนว.....นายคิดยังไงกับชั้นกันแน่.....- -
.................................
...................................................
.............................................................................

หลังจากที่เครื่องบินลงจอด ทั้งสี่คนก็ได้ขึ้นรถตู้เพื่อไปยังรีสอร์ท

ว้าวววว....สวยจังเลยจุนซูพูดขึ้นทันที่ได้ก้าวลงจากรถเมื่อถึงรีสอร์ท

น่าว่ายน้ำชะมัด....มัลดีฟ....ความฝันของชั้นเป็นจริงแล้ว เย้...มิกกี้ผู้ที่เดินตามหลังมาพูดขึ้นบ้าง แจจุงและยูโยวที่เพิ่งเดินตามมาไม่ได้พูดอะไร พวกเขาทั้งสี่มองตรงออกไปยังเบื้องหน้า น้ำทะเลสีฟ้าใสที่ตัดกับฟ้าสีคราม บ้านพักแต่ละหลังอยู่ยื่นออกไปในทะเลโดยมีทางเดินเชื่อมต่อจากบนบก

ชั้นว่าพวกเราเอาของไปเก็บกันเถอะ แล้วเดี๋ยวมาเจอกันตรงนี้นะทันทีที่ยูโนวพูดจบเขาก็แจกกุญแจให้กับมิกกี้หนึ่งดอก ส่วนอีกดอกหนึ่งก็คือของเขาเอง และแน่นอนว่าคนที่ต้องนอนห้องเดียวกับเขานั่นก็คือ.......

ยะ...ยู...

จุนซู....นายมัวแต่ชักช้าอยู่นั่นแหละ เร็วๆไปห้องพักของเรากันเถอะ....มิกกี้พูดตัดบทจุนซูทันที ก่อนจะลากร่างเล็กนั้นออกไปโดยเร็ว

ถ้านายอยากจะพักกับจุนซู.....เดี๋ยวชั้นไปบอกมิกกี้ให้ก็ได้นะแจจุงพูดออกมาเรียบๆ ทำให้ยูโนวหันกลับมาทันที

นายหมายความว่าไง.....

ก็.....นายน่าจะอยากพักกับจุนซูมากกว่าชั้น....ชั้น...

นายเป็นอะไรของนายน่ะแจจุง.....นายจะต้องอยู่กับชั้นทันทีที่ยูโนวพูดจบเขาก็กระชากแขนร่างบางไปยังบ้านพักตรงหน้าทันที เมื่อถึงร่างสูงไขกุญแจและพลักประตูบานนั้นอย่างแรง ทำให้อีกคนถึงกับสะดุ้งร่างสูงดึงมือแจจุงให้เข้ามาในบ้านพักพร้อมกับปิดประตู ยูโนวเหวี่ยงแจจุงลงกับเตียงนุ่มพร้อมกับขึ้นคร่อมร่างนั้น

ยูโนว....จะทำอะไรน่ะแจจุงพูดขึ้นในขณะที่ตอนนี้หน้าของเขากับยูโนวนั้นอยู่ชิดกันมาก

ชั้นรู้นะแจจุง....ว่านายน่ะหึงชั้นกับจุนซูใช่มั๊ยล่ะยูโนวพูดข้างหูของร่างบางก่อนจะพูดต่อ

ชั้นเห็นนะ.....ตั้งแต่ที่สนามบินนั่นแล้ว....หืออออ...?” คราวนี้ยูโนวพูดโดยสบตากับร่างบางอย่างแน่วแน่ ไม่มีใครละสายตาจากกัน


ใช่.....ชั้นทั้งหึงแล้วก็หวงนาย แต่นายก็ไม่เคยคิดจะสนใจอยู่แล้วหนิ รู้บ้างรึป่าวว่าตอนนั้นชั้นรู้สึกยังไง ตอนที่นายยอมให้จุนซูควงแขน แล้วไหนจะตอนที่จุนซูขอชั้นว่าจะนั่งกับนาย แต่นายก็ไม่เอ่ยแย้งมาซักคำ ไม่มี....แจจุงพูดได้เพียงแค่นั้นก็ต้องหยุดลงเมื่อปากอันอวบอิ่มของเขาไม่สามารถพูดได้อีกต่อไป ในเมื่อยูโนวได้โน้มใบหน้านำริมฝีปากลงมาประกบกับปากของเขา แต่ครั้งนี้ยูโนวก็ต้องแปลกใจเมื่อร่างบางไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสของเขาแต่อย่างใด แถมยังตอบกลับมาอย่างร้อนแรง ลิ้นทั้งสองพัวพันกันอยู่เนิ่นนาน มือที่ไล้วนตรงช่วงต้นขาที่จริงแล้วมันน่าจะเป็นมือของยูโนว....แต่กลับกัน คราวนี้มันกลับกลายเป็นมือของแจจุงเสียนี่ แจจุงลากมือขึ้นมาตามแผ่นหลัง ขึ้นมาเรื่อยจนถึงต้นคอ กอดคอได้รูปนั้นไว้ด้วยสองแขน ยูโนวยังคงจาบจ้วงความหอมหวานจากปากของร่างบาง สักครู่หนึ่งจึงละออกมาจากปากอวบอิ่มนั้น

จำไว้นะแจจุง.....ชั้นรักนายคนเดียว....เชื่อใจชั้นนะพูดจบก็ประกบปากลงอีกครั้ง จากนุ่มนวลก็เริ่มร้อนแรง ดูดดื่ม เนิ่นนาน ก่อนจะละริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย

แจจุง...ยูโนวเอ่ยเสียงแหบแห้ง บ่งบอกให้รู้ถึงอารมณ์บางอย่างที่กำลังครุกรุ่นอยู่ภายใน

ขอโทษนะยูโนว.....แต่ชั้นยังไม่อยากออกแรงตอนนี้ทันทีที่แจจุงพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ยูโนวอยู่คนเดียวกับอารมณ์ที่ยังคงค้างคาอยู่เช่นนั้น จากนั้นยูโนวก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ แล้ว......
..............................
.............................................
.................................................................

ทางด้านมิกกี้กับจุนซู หลังจากที่มิกกี้ลากจุนซูมาถึงห้องพัก เขาเปิดประตูพร้อมกับเหวี่ยงร่างเล็กเข้าไปด้านใน จนร่างเล็กนั้นเซถลาล้มลงไปนอนกับเตียงนุ่ม

นี่นาย....คนนะ ไม่ใช่หมูใช่หมาที่นึกจะทำอะไรก็ทำได้น่ะจุนซูหันมาตะโกนเสียงแหววใส่มิกกี้ทันที

ฮึ.....อย่าคิดว่าชั้นไม่รู้นะจุนซู ว่านายคิดอะไรอยู่มิกกี้พูดเสียงเย็นยืนกอดอก อยู่ตรงหน้าประตู สายตาเรียบเฉยเหมือนคนไม่มีความรู้สึก แต่ก็แฝงไปด้วยความหน้ากลัว ผิดกับเวลาที่อยู่ต่อหน้าแจจุงและยูโนว ทำให้ร่างเล็กนี้เริ่มรู้สึกกลัวคนตรงหน้าขึ้นมา

นายน่ะ....คิดจะพรากยูโนวไปจากแจจุงใช่มั๊ยล่ะมิกกี้พูดต่อ

น่ะ...นาย...พูดเรื่องอะไร....

นายก็เลยทำทุกอย่างแม้กระทั่งสั่งให้เรนมาปล้ำแจจุง....เพื่อแจจุงจะได้รู้สึกผิด รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่คู่ควรที่จะคู่กับยูโนวได้ ทีนี้นายก็จะได้ยูโนวไป ฮึ....แต่นายคงไม่รู้สินะว่ายูโนวน่ะรักแจจุงมากแค่ไหน ถึงแม้ว่าแจจุงจะต้องตกอยู่ในสภาหแบบไหน อย่างไร ยูโนวก็ยังรักแจจุงอยู่ดี.....

นายพูดเรื่องอะไรน่ะ...เรนคือใคร?....ชั้นไม่รู้จักจุนซูทำใจสู้เถียงออกไปแต่มันก็แฝงไปด้วยความกลัว

ชั้นรู้นะว่า วันที่ชั้นไปดูหนังกับ ยูโนว กับแจจุง แล้วเจอกับพวกเรนน่ะ วันนั้นนายก็อยู่ที่นั่นด้วยมิกกี้พูดพลางจ้องตาของจุนซู

นายจับตาดูทั้งยูโนวและแจจุงตลอด จนกระทั่งหนังเลิก นายเลยเข้าไปทำความรู้จักกับเรน เพราะรู้ว่าเรนเคยเป็นแฟนของแจจุงมาก่อน และก็ได้สั่งให้หมอนั่นมันมาข่มขืนแจจุง แล้วที่บ้านแจจุงวันนั้นนายก็แกล้งแจจุงสารพัดอย่าง ทั้งหมดนายกะเตรียมและคำนวนไว้หมดแล้วตั้งแต่ที่นายเข้ามาทักชั้น เพื่อขอให้ชั้นช่วยพาไปที่โรงเรียน และนายก็จงใจว่าคนๆนั้นต้องเป็นชั้นเท่านั้น เพราะนายรู้ว่าชั้นรู้จักกับยูโนวอย่างแน่นอน

และวันนั้นวันที่ยูโนวโดนซ้อม นายก็รู้ เพราะพอวันต่อมานายจึงรีบมาดักชั้นที่ป้ายรถเมล์เพื่อที่จะได้ให้ชั้นช่วยพาไปที่บ้านของแจจุง ที่จริงนายจะไปเองก็ได้ในเมื่อนายรู้ที่อยู่ของแจจุงอยู่แล้ว แต่นายก็ไม่ทำ เพราะถ้าเกิดนายไปเองมันก็จะเป็นที่สงสัยเกินไป ที่ชั้นพูดมาทั้งหมด มันถูกต้องใช่มั๊ยล่ะมิกกี้พูดไปกระแทกเสียงบ้างเป็นบางช่วงให้คนตัวเล็กได้สะดุ้งและเกิดอาการกลัวขึ้นมาบ้าง พอตอนจบมิกกี้ก็ปรับเสียงให้เป็นเสียงที่เย็นยะเยือกเช่นเดิม ใบหน้าของจุนซูที่ดูหวาดกลัวในตอนแรกก็ได้เปลี่ยนเป็นสีหน้าเย้ยหยัน

หึหึ....ชั้นล่ะประมาทนายมากไปจริงๆ.....มิกกี้....นายนี่ช่างสังเกตดีจังนะ ใช่....ชั้นชอบยูโนว...อ๊ะ....ไม่ใช่สิ ชั้นชอบยุนโฮ ชอบมาตั้งแต่เด็ก แต่ยุนโฮก็ไม่เคยชอบชั้นอย่างที่ชั้นชอบเขา เขารักชั้นแบบน้องชายมาตลอด แต่ชั้นก็ไม่เคยคิดที่จะเลิกชอบเขาเลย ชั้นกับเค้ายังคงได้เจอกันอยู่ทุกวัน ไปโรงเรียนแล้วกลับบ้านด้วยกัน ชั้นไม่เคยเหงาเพราะตลอดเวลาชั้นมียุนโฮอยู่ข้างๆเสมอ แต่เมื่อไม่นานนี้เค้าบอกกับชั้นว่าจะย้ายมาอยู่ที่โซล นายรู้มั๊ยว่านั่นน่ะ มันทำให้ชั้นเจ็บปวดแค่ไหน ชั้นจะไม่ได้อยู่ใกล้เขาเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว และชั้นก็รู้อยู่แก่ใจว่า เมื่อเขามาที่โซลเขาต้องมีคนอื่นมาอยู่เคียงข้างเขาแทนที่ชั้น แค่คิดแค่นั้นชั้นก็ทนไม่ได้แล้ว...นายรู้มั๊ยจุนซูตะโกนออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลจากดวงตาคู่สวยทั้ง 2 ข้าง มิกกี้ชะงักไปเล็กน้อย

- - ไม่ได้.....เราจะมาใจอ่อนตอนนี้ไม่ได้ - - มิกกี้พยายามข่มใจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย

นายทำอย่างนั้นจริงๆหรอ...จุนซูเสียงหวานแต่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและไม่เชื่อ ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องพัก

แจจุง...ทั้งมิกกี้และจุนซูครางออกมาพร้อมกัน

ชั้นไม่คิดเลยนะว่านายจะทำแบบนั้นกับชั้นได้....แจจุงพูดพลางเดินเข้ามาหาจุนซู ส่วนมิกกี้นั้นก็ได้แต่ยืนอึ้ง เพราะไม่คิดว่า แจจุงจะมาได้ยินบทสนทาเมื่อครู่เข้า

นายรู้มั๊ยว่าชั้นรู้สึกยังไง การที่ต้องถูกทรมานแบบนั้นน่ะ มันเจ็บปวด น่ารังเกียจและทรมานแค่ไหน นายรู้บ้างมั๊ยแจจุงพูดเสียงดังใส่คนตรงหน้า พร้อมทั้งเขย่าตัว

....พลั่ก.... จุนซูออกแรงผลักแจจุงออกไปไกลตัว ทำให้แจจุงเซถาไป แต่มิกกี้ก็เข้ามารับไว้ได้ทัน

ทำไมล่ะ....แล้วทีนาย นายยังแย่งยุนโฮไปจากชั้นได้ นายเคยรู้บ้างมั๊ยว่าชั้นรู้สึกยังไง....

ดะ....เดี๋ยวนะ นายเรียกยูโนวว่า ยุนโฮ อย่างงั้นหรอ?” แจจุงเอ่ยเสียงเบาพลางจับปาก

ฮึ.....ก็ใช่น่ะสิ....นายนี่มันไม่เหมาะสมจะคู่กับยุนโฮจริงๆ แค่ชื่อจริงของเขา นายก็ยังไม่รู้.....โง่ชะมัดจุนซูแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนพูดขึ้น แต่แทนที่แจจุงจะรู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดเสียดแทงของจุนซู ตอนนี้...เขากลับรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังหยุดนิ่ง

- - ไม่จริงใช่มั๊ย? ยูโนว คือ ยุนโฮ อย่างนั้นหรอ - -

ร่างบางผละออกจากมิกกี้ แล้วรีบวิ่งออกไป จากบ้านพักทันที ไม่นานร่างบางก็วิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านพักของตน ก่อนจะยกข้อมือด้านซ้ายของตน ที่มีโซ่เงินพร้อมจี้สี่เหลี่ยมขึ้นมาดู
..........................
......................................
....................................................

ยุนโฮๆๆ......เล่นกันอยู่ที่ไหนลูกเสียงของผู้เป็นมารดาของเด็กชายยุนโฮดังขึ้น ขณะที่เด็กชายทั้งสองคน ทั้งยุนโฮและแจจุง กำลังกินไอศกรีมกันอยู่ เด็กชายทั้งสองละสายตาไอศกรีม มองมาที่มารดาของเด็กชายยุนโฮ

อ๊ะ....อยู่นี่เอง แจจุงลูก คุณแม่ของหนูจะกลับบ้านแล้วล่ะคุณนายชอง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แทนที่แจจุงน้อยจะรู้สึกดีไปกับคำพูดนั้น เขากลับรู้สึกใจหาย ราวกับเด็กน้อยถูกแย่งของเล่น เขาหันกลับไปมองยุนโฮที่นั่งอยู่ข้างๆกัน แต่ที่ตรงนั้นก็กลายเป็นที่ว่างไปเสียแล้ว ในเมื่อเจ้าของที่ได้ลุกหายออกไป

- - ยุนโฮหายไปไหน - -

เอ๋....ยุนโฮหายไปไหนแล้วล่ะเนี่ย ไวจริงๆเลยลูกคนนี้....แจจุงรีบไปเถอะนะจ๊ะ เดี๋ยวคุณแม่ของหนูเค้าจะรอนานคุณนายชองกล่าวพร้อมยื่นมือมาตรงหน้าเด็กชาย แจจุงจับกับมือนั้นก่อนที่จะค่อยๆเดินไป แต่ถ้าหากว่าคุณนายชองได้เห็นหน้าของเด็กชายตอนนี้ ดวงตากลมโตที่เริ่มมีน้ำใสๆคลอ ไม่นานคุณนายชองก็เดินดำแจจุงน้อยมาจนถึงหน้าบ้านที่ซึ่งคุณแม่ของแจจุงยืนรออยู่

ไปกันเถอะลูก....คุณนายชองคะ วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะ แจจุงสวัสดีคุณน้าเขาสิลูกผู้เป็นแม่พูดกับคุณนายชองก่อนที่จะหันมาพูดกับลูกชายของตน แจจุงโค้งตัวให้ทีหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา แต่สายตากลับมองผ่านหลังของคุณนายไป สายตาของแจจุงหมองลงเล็กน้อย เมื่อมองไม่เห็นใครบางคน

ไปกันเถอะ..คุณนายคิมกล่าวขึ้นก่อนที่จะจูงมือลูกชายตัวน้อยของตนไป

เดี๋ยว....แจจุง....เสียงหนึ่งดังขึ้นไล่หลังมา

ยุนโฮแจจุงพูดออกมาเสียงดัง ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ยุนโฮวิ่งเข้ามาหาแจจุงทันที ก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างให้แจจุง แจจุงรับไว้พร้อมกับทำสีหน้างงๆ

เอาไว้นายใส่ได้เมื่อไหร่ นายค่อยใส่ละกัน....มันเป็นสร้อยข้อมือของพ่อชั้นเองแหละ ส่วนของชั้นก็มีนะยุนโฮพูดพลางชูสร้อยข้อมือสีเงินพร้อมจี้สี่เหลี่ยมเล็กให้ดู ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับที่ยุนโฮเพิ่งให้แจจุงไปเมื่อกี้

อืม...ขอบคุณนะแจจุงกล่าว.....ใบหน้าน่ารักอมยิ้มน้อยๆ ผู้เป็นแม่ของเด็กชายทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา

แจจุง....เราต้องไปกันแล้วล่ะลูกคุณนายคิมกล่าวอีกครั้ง แจจุงมองหน้ายุนโฮ

แล้ววันนึง เราจะได้พบกันอีก ชั้นจะจำนายได้ถ้านายใส่สร้อยนี้ไว้ยุนโฮพูดจบก็ยิ้มให้กับแจจุง

อืม....แจจุงตอบรับก่อนที่จะเดินตามผู้เป็นแม่ไป

บ๊ายบาย....แจจุงยุนโฮตะโกนไล่หลัง

บ๊ายบาย....ยุนโฮแจจุงหันกลับมาตะโกนด้วยเสียงน่ารัก พร้อมโบกไม้โบกมือให้ ก่อนที่เขาและแม่จะเดินลับไป
...........................
........................................
......................................................

สายตาของแจจุงยังคงจับจ้องอยู่ที่สร้อยข้อมือ สร้อยเส้นนี้เป็นความทรงจำที่มีค่าสำหรับเขาตลอดมา แต่ว่าต่อจากนี้ไปล่ะ
แอด......เสียงเปิดประตูบ้านพักดังขึ้น

อ้าว...แจจุงนายลืมอะไรไว้หรอยูโนวที่เพิ่งเปิดประตูออกมากล่าวขึ้น แต่กลับไร้เสียงตอบรับจากแจจุง

“ .....เป็นอะไรไปรึป่าวแจจุง....นี่ชั้นว่าเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวมิกกี้กับจุนซูจะรอนานยูโนวพูดขึ้นก่อนจะคว้าข้อมือของแจจุงแล้วเดินไป แต่แจจุงก็ฝืนแรงนั้นไว้

เดี๋ยวก่อนสิ....ยุนโฮแจจุงพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบๆ แต่ก็ทำให้อีกคนหนึ่งหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว

แจจุง....ยุนโฮกล่าวด้วยสีหน้าอึ้งๆ แจจุงเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ตัดพ้อ

สนุกนักใช่มั๊ย....ที่ผ่านมานายคงหัวเราะเยาะชั้นอยู่ล่ะสิ ชั้นคงเป็นตัวตลกที่งี่เง่าในสายตานายใช่มั๊ยล่ะ....ฮึก....นายจะรู้บ้างมั๊ย ว่าคนที่รอคอยใครบางคนอยู่ตลอดเวลา หวังเพียงว่าสักวันนึง จะได้เจอใครคนนั้น นายรู้มั๊ยว่าชั้นรู้สึกยังไง....แต่นายก็ยังมาล้อเล่นกับความรู้สึกของชั้น....ฮึก....น้าใสๆ...บัดนี้มันได้ไหลลงมาเปรอะเปื้อนใบหน้าหวาน ยุนโฮอึ้งเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปโอบกอดร่างบางตรงหน้า แต่แจจุงกลับผลักไสอ้อมกอดนั้น

แจจุง....นายฟังชั้นก่อนยุนโฮพูดพลางคว้าข้อมือทั้ง2ของร่างบางไว้

ไม่.....ชั้นจะไม่ฟังอะไรจากนายทั้งนั้นแจจุงพยายามที่จะสะบัดข้อมือออก แต่ก็ไม่สามารถหลุดได้

นายฟังชั้นสักนิดไม่ได้รึไง...แจจุงยุนโฮเริ่มขึ้นเสียงมือทั้งสองข้างที่จับข้อมือร่างบางไว้เริ่มบีบแน่นขึ้น

ไม่....ชั้นบอกให้ปล่อยยังไงเล่า ชั้นไม่อยากฟังคำพูดจากคนหลอกลวงอย่างนาย

คนหลอกลวงอย่างนั้นหรอ.....ได้....ในเมื่อนายไม่อยากฟังเหตุผลของชั้น ชั้นก็จะเป็นคนหลอกลวงให้นาย....แจจุงทันทีที่ยุนโฮพูดจบ ก็ก้มลงไซร้ซอกคอขาวนั้น ร่างบางผลักยุนโฮออกเต็มแรง ก่อนที่จะถอดโซ่เงินที่ข้อมือด้านซ้ายออกแล้วปาใส่ร่างสูงที่ยืนอยู่ทันที โซ่เงินนั้นปะทะกับอกด้านซ้ายของยุนโฮก่อนที่จะตกลงน้ำ จากนั้นแจจุงก็วิ่งออกไปทันที

แจจุง....แจจุง....ร่างสูงรีบวิ่งตาม แต่ก็ดูเหมือนว่ามันไม่ทันเสียแล้ว เขาเดินกลับมายังจุดเดิม ที่ๆเขาเพิ่งทำสิ่งที่ไม่ดีกับคนที่เขารัก

จริงสิ.....สร้อยยุนโฮพูดกับตัวเองก่อนที่จะมองลงไปในน้ำทะเลที่ตอนนี้เริ่มเป็นสีดำ เนื่องจาเป็นเวลาที่เย็นมากแล้ว ยุนโฮไม่รีรออะไรทั้งสิ้น เขารีบถอดเสื้อที่สวมอยู่ก่อนจะกระโจนลงน้ำไป

อยู่ไหนนะยุนโฮสบถกับตัวเอง เพราะเนื่องจากสภาพของน้ำทะเลไม่ได้เป็นใจกับการหาโซ่เงินของเขาเลย การที่จะหาโซ่เงินเส้นหนึ่งที่ตกลงไปในทะเลมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่เขาก็ยังคงไม่ละความพยายาม เขายังคงดำผุดดำว่ายเพื่อหาโซ่เส้นนั้นให้ได้ เพราะสิ่งนั้นเป็นของคนที่เขารัก มันจะหายไปแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด
...............................
.............................................

ร่างบางของแจจุงที่วิ่งออกมาจากที่พักไกลพอสมควร นั่งลงกับพื้นทรายสวยอย่างเหนื่อยอ่อน ใบหน้าและดวงตาคู่สวยทั้งสองข้างยังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา
ทำไมนะ ทำไมยูโนวถึงไม่ยอมบอกเขา ต้องการปกปิดมันไว้เพื่ออะไรกัน หรือต้องการหัวเราะเยอะเขาเวลาที่เขาคิดถึงยุนโฮ หัวเราะเขาเวลาที่เขานึกถึงเรื่องราวสมัยเด็ก ทำไมนะยูโนว ทั้งๆที่ชั้นเชื่อใจนายและหวังว่านายจะไม่ทำให้ชั้นเสียใจ แต่นายก็กลับทำกับชั้นเหมือนเป็นตัวตลกตัวหนึ่ง.....ทำไมนะ ทำไมชั้นต้องรักคนอย่างนายด้วยยูโนว
.................................
...............................................

มิกกี้และจุนซูทั้งคู่ต่างตกอยู่ในความเงียบ เมื่อแจจุงได้วิ่งออกไปจากห้องนี้เรียบร้อยแล้ว

นายต้องการอะไรกันแน่มิกกี้ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก หากใครที่รู้จักเขาดีคงจะรู้ได้ว่า น้ำเสียงนี้มันน่ากลัวขนาดไหน เพราะมันบ่งบอกถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคู่สนทนา ในอีกไม่ช้านี้

ก็ชั้นบอกไปแล้วไง....ว่าชั้นต้องการยุนโฮของชั้นคืน ยุนโฮต้องเป็นของชั้นตวาดเสียงดังหวังที่จะให้คนตรงหน้ารู้ถึงความมุ่งมั่นของเขา

ฮึฮึ.....ชั้นจะบอกอะไรให้นะ....ถึงนายจะได้ตัวยุนโฮไป แต่นายก็ไม่มีวันที่นายจะได้หัวใจของยุนโฮไปหรอก ในเมื่อหัวใจทั้งหมดของยุนโฮมันอยู่กับเพื่อนของชั้น.....นายได้ยุนโฮไปมันก็เหมือนกับนายได้แค่ซากศพที่ไร้วิญญาณของยุนโฮเท่านั้นเอง....ฮึ...คิดแล้วก็น่าสมเพชกระแทกเสียงลงในตอนท้ายให้คนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าได้เจ็บใจเล่น

ไม่มีทาง....ถ้ายุนโฮได้อยู่กับชั้น ซักวันเค้าก็ต้องรักชั้นอย่างคนรัก แน่นอนใช่สิ....สักวันยุนโฮต้องรักเขา

แค่ที่ผ่านมานายยังไม่รู้อีกรึไง ว่านายน่ะ เป็นได้แค่ไหน ทั้งที่นายอยู่ใกล้กับยุนโฮเพียงแค่เอื้อม ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งหลายปี นายยังไม่มีน้ำยาที่จะทำให้ยุนโฮรักนายได้เลย...รักได้ก็แค่น้องชาย แต่นายลองดูแจจุงสิ เพียงเจอกันแค่ครั้งเดียวก็ทำให้ยุนโฮหลงรักได้มาจนถึงทุกวันนี้....แค่นี้ชั้นว่านายก็น่าจะรู้ได้แล้วนะว่าผลแพ้ชนะมันจะออกมาเป็นยังไงน้ำเสียงบวกกับหน้าตาของมิกกี้ในตอนนี้ ช่างยั่วอารมณ์ความโกรธของคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

ไม่จริง!!!....อีกไม่นานยุนโฮต้องมารักชั้น ในเมื่อยัยนั่นมันสกปรกไปแล้ว มันโดนเรนข่มขืนไปแล้ว ยุนโฮต้องมารักชั้นที่สะอาดกว่าจุนซูเถียงออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ ในขณะที่มิกกี้ยังคงมีสีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนแต่อย่างใด หากใครเล่าจะรู้ว่าในใจของเขาเจ็บแค้นเพียงไรที่มีคนมาทำร้ายเพื่อนรักเขาถึงขนาดนั้น แถมคนที่บงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ยังเป็นรักแรกพบของเขาเสียนี่

นายแน่ใจหรอ...หืมมมมม....ว่าตัวนายน่ะ สะอาดจริงมิกกี้ถาม มองคนตรงหน้าด้วยสายตาโลมเลียไปทั่วร่างกาย พลางย่างสามขุมเข้าไปหา...

แน่สิ....น่ะ...น่ะ....นายจะทำไรน่ะ....เดินเข้ามาทำไม....ออกไปนะตอบไปอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะถามขึ้นด้วยเสียงตะกุกตะกัก ค่อยๆย่างเท้าถอยหลังไปเรื่อยๆ จนมันไม่มีที่ไปหลังของจุนซูชิดกำแพง....

ช่างมั่นใจเสียเหลือเกินนะ....ในเมื่อมั่นใจซะขนาดนี้ชั้นก็ดีใจ.....ที่ต่อไปนี้นายจะได้โดนเหมือนกับที่เพื่อนของชั้นโดนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน....อ่อ....คงจะต่างกันแค่เวลาและสถานที่ล่ะนะมิกกี้ยังคงก้าวเท้ามาเรื่อยๆ จุนซูซึ่งตอนนี้ไม่มีที่ให้ถอยไปไหนได้อีกแล้ว มองซ้ายมองขวา....นั่นประตู....ไม่รอช้ารีบกระโจนเปิดประตูบานนั้นแล้วรีบเข้าไปทันที แต่ก่อนที่ประตูนั้นจะปิดลง ก็มีมืออันแข็งแกร่งมายันเอาไว้

จะหนีไปไหน....อ๊ะ...ในห้องน้ำหรอ....ได้เลยชั้นจะสงเคราะห์ให้มิกกี้ผลักประตูห้องน้ำไปสุดแรง เป็นผลให้จุนซูกระเด็นไปติดผนังห้องน้ำอีกฝั่ง ร่างสูงของมิกกี้ย่างกายเข้ามาในห้องน้ำจนเต็มตัว ปิดประตูห้องน้ำพลางล็อกกลอนเสร็จสรรพ

ออกไปนะไอบ้า....นายมันบ้าไปละ....อุบ...จุนซูยังคงแผดเสียงใส่อย่างเสียงดังก่อนที่จะต้องหยุดลงเมื่อปากเรียวสวยนั้นถูกครอบครองด้วยปากอวบอิ่มของอีกคน มือทั้งสองข้างของคนตัวเล็กพยายามผลักไสอกแกร่งที่เข้ามาแนบชิดกับตน แต่ก็ทำอย่างนั้นอยู่ได้ไม่นานคนตัวเล็กก็ถึงกับอ่อนแรงกับรสจูบอันร้อนแรงที่ร่างสูงมอบให้ จูบอันหนักหน่วง ลิ้นสวยที่สอดแทรกเข้าไปควานหาความหอมหวานจากอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง เนิ่นนาน จนต้องจำใจถอนออกมาอย่างเสียดาย

นายทำแบบนี้กับชั้นไม่ได้นะ...ปล่อยเสียงนั้นถูกเปล่าออกมาทันทีที่ปากเรียวเป็นอิสระ พยายามสะบัดข้อมือให้หลุดพ้นจากพันธนาการของอีกฝ่าย

ทำไมชั้นจะทำอย่างนี้กับนายไม่ได้ ในเมื่อนายยังทำกับเพื่อชั้นได้เลย....คราวนี้นายจะได้รู้สักทีว่า.....ความรู้สึกจากการที่ถูกคนที่ไม่ได้รักข่มขืนมันเป็นยังไง!!!พูดด้วยเสียงเย็นเรียบในตอนแรกก่อนจะกระแทกเสียงลงในตอนท้าย พูดไปแล้วก็รู้สึกเจ็บอยู่ข้างในลึกๆ.....ใช่จุนซู...คนที่นายไม่ได้รัก

ซ่า.....เสียงน้ำจากฝักบัวที่ถูกเปิด ช่วยสร้างอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ร่างสูงบดเบียดริมฝีปากลงอีกครั้ง ดูดดื่มและเนิ่นนานจนอีกคนเผลอครางออกมา

อืมมมม.....มิกกี้ลากไล้ริมฝีปากลงมายังซอกคอขาว

อ๊ะ...ยะ....อย่านะ...เสียงครางหวานของจุนซูยิ่งฉุดอารมณ์ของมิกกี้ให้สูงขึ้น เขาขบผิวหนังบอบบางนั่นจนเป็นรอยแดง ไม่นานร่างกายของทั้งคู่ก็ไร้อาภรณ์ใดๆปกปิดอยู่ มือของมิกกี้ค่อยๆลูบจากโคนขาเรื่อยขึ้นมา ก่อนที่จะหยุดอยู่ที่กลางลำตัวของร่างบาง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home


-- POR [[ zodauzeed]]
View full profile